ย้อนรอย พญานาค สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน คู่คนไทย

ย้อนรอย พญานาค

ย้อนรอย พญานาค สัตว์ในตำนาน ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว พญานาคมีตัวตนจริงไหม? เพราะส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้พบเห็นคืออะไรกันแน่ ฉะนั้น วันนี้จึงอยากพามาทำความรู้จักกับ ตำนาน และ ความเชื่อ เกี่ยวกับ พญานาค เพื่อไขข้อข้องใจเหล่านี้ ไปพร้อมๆกัน

  • ความเชื่อเกี่ยวกับลักษณะของพญานาค
  • ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ในภาคต่างๆ
  • ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาค

ทำความรู้จักกับ ประวัติ พญานาค

“พญานาค” หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “นาค” ในความเชื่อส่วนใหญ่ มีลักษณะเหมือนกับ งูใหญ่ มีหงอนสีทอง ดวงตามีสีแดง ลำตัวมีเกล็ดใหญ่เหมือนปลา ซึ่งจะมีสีที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละตระกูล และส่วนเศียรตระกูลธรรมดาจะมี 1 เศียร ส่วนตระกูลใหญ่ๆบารมีสูงจะมี 3 , 5 , 7 และ 9 เศียร

ความเชื่อเกี่ยวกับ ลักษณะของพญานาค มีอะไรบ้าง?

  • ญานาค งูใหญ่ มีหงอน : แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ตามขนาดใหญ่ของ ลำตัว และหงอน ความมีวาสนา อีกทั้งยังเป็นบันไดสายรุ้งที่จะพาไปสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ คนไทยเชื่อว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิฤทธิ์จากการจำศีลบำเพ็ญภาวนา
  • พญานาคแปลงกายได้ : แม้ว่าจะแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ แต่ใน 5 สภาวะต่อไปนี้ จะยังคงกลับเป็นสภาพเดิม ประกอบด้วย ขณะที่เกิด, ขณะที่ลอกคราบ, ขณะที่สมสู่ระหว่างนาคด้วยกัน, ขณะที่นอนหลับไม่มีสติ และปิดท้ายคือขณะที่ตาย ร่างกายจะกลับมาเป็นงูใหญ่เช่นเดิม
  • พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน : หรืออาศัยใต้บาดาล คนไทยสมัยโบราณ มีความเชื่อว่ามีเหล่าเทพอาศัยอยู่ใต้พื้นโลกได้ สิ่งมีชีวิตอื่นก็น่าจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน
  • พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ : โดยแปลงกายเพื่อผสมพันธุ์กับคนได้ แต่ในตอนที่คลอดลูกออกมานั้น จะปรากฏเป็นไข่เหมือนงู ซึ่งจะมีเศียรเดียว หรือ 3 , 5 , 7 ตามตระกูลที่แตกต่างกันไป และสามารถขึ้นไปบนสวรรค์ ลงมายังบาดาลได้ตามต้องการด้วยการแปลงร่าง

ความเชื่อเรื่อง พญานาคในภาคต่างๆ ในไทย

ภาคเหนือ: มีตำนานโบราณได้เล่าเอาไว้ ในเรื่องสิงหนวัติ โดยเรื่องมีอยู่ว่า เจ้าเมืองสิงหนวัติ ได้พาคนภาคเหนืออพยพลงมา และได้พญานาคมาช่วยบอกทางไปยังตำแหน่งที่ตั้งเมืองใหม่ โดยขอให้พระองค์ปกครองชาวเมือง ให้อยู่ในทศพิธราชธรรม

และคืนนั้นนาคได้ช่วยขุดคูเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาสามารถตีชนะเมืองอื่นรวมดินแดนเข้าด้วยกันได้ จากนั้นก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น โยนกนคร ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของราชวงศ์ล้านนา ที่เคยได้ยินมานั่นเอง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นาคนับได้ว่ามีส่วนร่วมในตำนานอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ติดกับลุ่มแม่น้ำโขง เกิดจากการขดตัวของนาค และบั้งไฟพญานาค ที่หลายคนคุ้นหูคุ้นตา จากการถ่ายทอดสด หรือไปรับชมที่สถานที่จริง

โดยในตำนานเล่าว่าในวันเข้าพรรษา หรือวันที่พระพุทธเจ้ากลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นาคมาแสดงความยินดีด้วยการจุดบั้งไฟถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งเกิดขึ้นประจำทุกปี จนกลายเป็นประเพณีบั้งไฟพญานาค ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง

ที่มา: ตำนานความเชื่อโบราณเกี่ยวกับพญานาค (6 สิงหาคม 2019) [1]

เปิดปรากฏการณ์ ย้อนรอยพญานาค ในแม่น้ำโขง

ย้อนรอย พญานาค

เรื่องราวการ ย้อนรอย พญานาค บั้งไฟพญานาค หรือก่อน พ.ศ. 2529 จะถูกเรียกว่า ‘บั้งไฟผี’ มีลักษณะเป็นลูกไฟที่ไม่มี ทั้งเสียง และกลิ่น ไม่มีทั้งเขม่า ควันไฟ หรือเปลวไฟก็ไม่ปรากฏพี่น้องคนไทย และลาวมีความเชื่อว่าเป็นบั้งไฟพญานาค ที่ผุดขึ้นมาจากลำน้ำโขง และจะเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเข้าพรรษาของทุกๆปี

แต่ในปี พ.ศ. 2555 มีการลงภาพข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ ว่าช่างภาพเห็นด้วยตาว่าลูกไฟพุ่งขึ้นจากในน้ำ แต่จากการบันทึกภาพหน้ากล้องที่เปิด 5 ถึง 30 วินาที เป็นการถ่ายต่อเนื่อง ทำให้เห็นเหมือนแสงเลเซอร์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากฝั่งประเทศลาว ที่มีระยะห่างออกไป 1 กิโลเมตร

บั้งไฟพญานาคของจริง หรือแค่ความเชื่อ?

อีกหนึ่งข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้ และไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้ว บั้งไฟพญานาคที่โผล่ขึ้นมาจากลำน้ำโขงนั้น เป็นของจริง หรือมีอะไรที่ยังไม่รู้ เรามาดูคำอธิบายที่น่าสนใจเหล่านี้ไปพร้อมๆกันดีกว่า ว่าสามารถมองในมุมไหนได้บ้าง

  • ปรากฏการณ์ธรรมชาติ จากงานวิจัยของไทยสรุปเอาไว้ว่า บั้งไฟพญานาคที่เราเห็นผุดขึ้นมานั้น คือแก๊สมีเทน-ไนโตรเจน ที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีความลึกลงไป 4.55–13.40 เมตร และอุณหภูมิที่เหมาะสม รวมถึงช่วงเวลานั้นต้องมีแดดส่องถึงเป็นช่วงๆ
  • การกระทำของมนุษย์ ปี พ.ศ. 2545 มีสารคดีของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี แสดงให้เห็นว่าทางทหารของฝั่งลาวทำการยิงกระสุนส่องวิถีขึ้นไปบนฟ้า จากนั้นตามด้วยมีเสียงเฮดังมาจากฝั่งไทยที่รอชมบั้งไฟพญานาค
  • ความเชื่อ จากคนที่อยู่อาศัยติดกับลำน้ำโขงทั้งทาง ฝั่งไทย และฝั่งลาว เชื่อว่าเกิดจากการกระทำของพญานาค และยังคงเชื่อว่าหากยังมีความเชื่อ ความศรัทธาในสิ่งนี้ คนภายนอกที่ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่

ที่มา: บั้งไฟพญานาค (26 ธันวาคม 2025) [2]

4 ตระกูลพญานาค ที่มีอิทธิฤทธิ์ที่สุด

อย่างที่ได้พูดถึงได้บ้างในเรื่องจำนวนเศียรของพญานาค หากมีอิทธิฤทธิ์เยอะ อยู่ในตระกูลที่มีบารมีสูง จำนวนเศียรก็จะมากตามไปด้วย ฉะนั้นเพื่อให้ไม่พลาดในการทำความรู้จักกับ 4 ตระกูลดังของพญานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ที่สุด เรามาดูไปพร้อมๆกันดีกว่า ว่ามีตระกูลอะไรบ้าง

  1. พญานาคตระกูลวิรูปักษ์: ถือกำเนิดเอง และเติบโตด้วยตัวเอง เป็นตระกูลนาคชั้นสูงสุดเทียบเท่ากับเทพ มีแหล่งอาศัยอยู่ในทิพย์วิมาน มีเกล็ดสีทอง คอยปกครองเหล่านาคอื่นๆ
  2. พญานาคตระกูลเอราปถ: ถือกำเนิดจากฟองไข่ เป็นตระกูลนาคชั้นสูง มีแหล่งอาศัยอยู่ในบาดาล มีเกล็ดสีเขียวมรกต ลักษณะคล้ายกับงูใหญ่ หากมีการบำเพ็ญเพียรจำสำเร็จแก่กล้าแล้ว สามารถเลื่อนขึ้นไปเป็นตระกูลปกครองได้
  3. พญานาคตระกูลฉัพพยาปุตตะ: กำเนิดจากครรภ์ เกล็ดเป็นสีรุ้ง มีแหล่งอาศัยอยู่ในถิ่นที่ลึกลับ เนื่องจากมีจำนวนน้อย จึงพบเจอได้ยาก ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าอาศัยอยู่หลายที่ เช่น บาดาล ใต้ดิน ในป่าลึก รวมถึงบนภูเขา
  4. พญานาคตระกูลกัณหาโคตมะ: เป็นตระกูลนาคที่เกิดจากสิ่งที่หมักหมม เหงื่อไคล มีเกล็ดสีดำ หากเทียบขนาดตัวแล้วจะเป็นตระกูลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้เป็นนาคชั้นสูงเหมือนตระกูลอื่นๆ แต่มีอิทธิฤทธิ์มากไม่แพ้กัน ถิ่นที่อยู่อาศัยไม่ปรากฏ อาจอยู่ในถิ่นเร้นลับ และมีการจำศีลนาน

ที่มา: วิธีบูชาพญานาคที่บ้าน พร้อมของไหว้และคาถาบูชา (12 มิถุนายน 2024) [3]

ความเชื่อโบราณ พญานาคยังมีอยู่จริง

ความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณ เกี่ยวกับ ย้อนรอย พญานาค นั้น ยังคงมีทุกยุค ทุกสมัย ตั้งแต่ก่อนพระพุทธเจ้าจะถือกำเนิดขึ้น ล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะผ่านพ้นไปกี่ร้อยปี หากยังมีคนที่เชื่อ และศรัทธาเรื่องของพญานาคอยู่ ความเชื่อนี้ก็จะยังคงมีอยู่ และดำรงสืบต่อไป

บูชาไว้ไม่เสียหาย กับความเชื่อเรื่องพญานาค

สำหรับใครก็ตามที่เป็นสายมู นอกจากไปกราบไหว้สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แล้วนั้น การลองบูชานาคซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ก็อาจเป็นอีกสิ่งที่ช่วยทำให้เกิดประสบความสำเร็จเยอะขึ้น ช่วยเสริมสิริมงคลด้านทรัพย์สิน ปกป้องคุ้มภัยจากภัยร้ายต่างๆ การงานการเงินราบรื่นมั่นคง เดียวกับ แมว นำโชค สัตว์มงคล ความเชื่อเกี่ยวกับแมวสายพันธุ์ไทย สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ครอบครัวสงบสุข

บูชาพญานาค เสริมสิริมงคลได้ จริงไหม?

การบูชาพญานาค รวมถึงมีความเชื่อในตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา เป็นเรื่องราวความเชื่อส่วนบุคคล ที่เราไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายของคนที่อยู่ในพื้นที่ เพราะหากพวกเขาเชื่อ และเคารพบูชาแล้วไม่ก่อปัญหาอะไร และทำให้คนที่เชื่อได้รับความเป็นสิริมงคลในการดำรงชีวิตในด้านต่างๆ คนนอกก็ไม่ควรลบหลู่

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง