



ย้อนรอย พญานาค สัตว์ในตำนาน ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว พญานาคมีตัวตนจริงไหม? เพราะส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้พบเห็นคืออะไรกันแน่ ฉะนั้น วันนี้จึงอยากพามาทำความรู้จักกับ ตำนาน และ ความเชื่อ เกี่ยวกับ พญานาค เพื่อไขข้อข้องใจเหล่านี้ ไปพร้อมๆกัน
“พญานาค” หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “นาค” ในความเชื่อส่วนใหญ่ มีลักษณะเหมือนกับ งูใหญ่ มีหงอนสีทอง ดวงตามีสีแดง ลำตัวมีเกล็ดใหญ่เหมือนปลา ซึ่งจะมีสีที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละตระกูล และส่วนเศียรตระกูลธรรมดาจะมี 1 เศียร ส่วนตระกูลใหญ่ๆบารมีสูงจะมี 3 , 5 , 7 และ 9 เศียร
ภาคเหนือ: มีตำนานโบราณได้เล่าเอาไว้ ในเรื่องสิงหนวัติ โดยเรื่องมีอยู่ว่า เจ้าเมืองสิงหนวัติ ได้พาคนภาคเหนืออพยพลงมา และได้พญานาคมาช่วยบอกทางไปยังตำแหน่งที่ตั้งเมืองใหม่ โดยขอให้พระองค์ปกครองชาวเมือง ให้อยู่ในทศพิธราชธรรม
และคืนนั้นนาคได้ช่วยขุดคูเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาสามารถตีชนะเมืองอื่นรวมดินแดนเข้าด้วยกันได้ จากนั้นก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น โยนกนคร ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของราชวงศ์ล้านนา ที่เคยได้ยินมานั่นเอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นาคนับได้ว่ามีส่วนร่วมในตำนานอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ติดกับลุ่มแม่น้ำโขง เกิดจากการขดตัวของนาค และบั้งไฟพญานาค ที่หลายคนคุ้นหูคุ้นตา จากการถ่ายทอดสด หรือไปรับชมที่สถานที่จริง
โดยในตำนานเล่าว่าในวันเข้าพรรษา หรือวันที่พระพุทธเจ้ากลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นาคมาแสดงความยินดีด้วยการจุดบั้งไฟถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งเกิดขึ้นประจำทุกปี จนกลายเป็นประเพณีบั้งไฟพญานาค ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง
ที่มา: ตำนานความเชื่อโบราณเกี่ยวกับพญานาค (6 สิงหาคม 2019) [1]

เรื่องราวการ ย้อนรอย พญานาค บั้งไฟพญานาค หรือก่อน พ.ศ. 2529 จะถูกเรียกว่า ‘บั้งไฟผี’ มีลักษณะเป็นลูกไฟที่ไม่มี ทั้งเสียง และกลิ่น ไม่มีทั้งเขม่า ควันไฟ หรือเปลวไฟก็ไม่ปรากฏพี่น้องคนไทย และลาวมีความเชื่อว่าเป็นบั้งไฟพญานาค ที่ผุดขึ้นมาจากลำน้ำโขง และจะเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเข้าพรรษาของทุกๆปี
แต่ในปี พ.ศ. 2555 มีการลงภาพข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ ว่าช่างภาพเห็นด้วยตาว่าลูกไฟพุ่งขึ้นจากในน้ำ แต่จากการบันทึกภาพหน้ากล้องที่เปิด 5 ถึง 30 วินาที เป็นการถ่ายต่อเนื่อง ทำให้เห็นเหมือนแสงเลเซอร์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากฝั่งประเทศลาว ที่มีระยะห่างออกไป 1 กิโลเมตร
อีกหนึ่งข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้ และไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้ว บั้งไฟพญานาคที่โผล่ขึ้นมาจากลำน้ำโขงนั้น เป็นของจริง หรือมีอะไรที่ยังไม่รู้ เรามาดูคำอธิบายที่น่าสนใจเหล่านี้ไปพร้อมๆกันดีกว่า ว่าสามารถมองในมุมไหนได้บ้าง
ที่มา: บั้งไฟพญานาค (26 ธันวาคม 2025) [2]
อย่างที่ได้พูดถึงได้บ้างในเรื่องจำนวนเศียรของพญานาค หากมีอิทธิฤทธิ์เยอะ อยู่ในตระกูลที่มีบารมีสูง จำนวนเศียรก็จะมากตามไปด้วย ฉะนั้นเพื่อให้ไม่พลาดในการทำความรู้จักกับ 4 ตระกูลดังของพญานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ที่สุด เรามาดูไปพร้อมๆกันดีกว่า ว่ามีตระกูลอะไรบ้าง
ที่มา: วิธีบูชาพญานาคที่บ้าน พร้อมของไหว้และคาถาบูชา (12 มิถุนายน 2024) [3]
ความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณ เกี่ยวกับ ย้อนรอย พญานาค นั้น ยังคงมีทุกยุค ทุกสมัย ตั้งแต่ก่อนพระพุทธเจ้าจะถือกำเนิดขึ้น ล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะผ่านพ้นไปกี่ร้อยปี หากยังมีคนที่เชื่อ และศรัทธาเรื่องของพญานาคอยู่ ความเชื่อนี้ก็จะยังคงมีอยู่ และดำรงสืบต่อไป
สำหรับใครก็ตามที่เป็นสายมู นอกจากไปกราบไหว้สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แล้วนั้น การลองบูชานาคซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ก็อาจเป็นอีกสิ่งที่ช่วยทำให้เกิดประสบความสำเร็จเยอะขึ้น ช่วยเสริมสิริมงคลด้านทรัพย์สิน ปกป้องคุ้มภัยจากภัยร้ายต่างๆ การงานการเงินราบรื่นมั่นคง เดียวกับ แมว นำโชค สัตว์มงคล ความเชื่อเกี่ยวกับแมวสายพันธุ์ไทย สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ครอบครัวสงบสุข
การบูชาพญานาค รวมถึงมีความเชื่อในตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา เป็นเรื่องราวความเชื่อส่วนบุคคล ที่เราไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายของคนที่อยู่ในพื้นที่ เพราะหากพวกเขาเชื่อ และเคารพบูชาแล้วไม่ก่อปัญหาอะไร และทำให้คนที่เชื่อได้รับความเป็นสิริมงคลในการดำรงชีวิตในด้านต่างๆ คนนอกก็ไม่ควรลบหลู่

