



ภูเขา ที่สัตว์เลี้ยงไปได้ การได้พาตัวเองหนีความวุ่นวายในเมืองหลวงไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์บนยอดดอยมันก็ฟินระดับหนึ่งแล้ว แต่การได้เห็นหูตั้งๆ กับหางที่กระดิกดุ๊กดิ๊กของเจ้าลูกรักท่ามกลางทุ่งหญ้าและสายหมอก มันคือความสุขที่ทวีคูณจนล้นอก เชื่อเถอะว่าภาพน้องหมานั่งเหม่อมองวิวภูเขาสลับซับซ้อน เป็นโมเมนต์ที่คนเป็นแม่เป็นพ่ออย่างเรายอมแลกได้ทุกอย่าง
ย้อนกลับไปช่วงปี 2018 ถึง 2020 พื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติ มักจะมีป้าย ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า ปักตัวโตๆ อยู่หน้าด่าน ทำให้เราต้องตัดใจฝากลูกไว้ที่บ้าน หรือไม่ก็ต้องเลือกไปเที่ยวรีสอร์ตเอกชนตีนเขาที่บรรยากาศอาจจะไม่ว้าวเท่าไหร่ การจะหาจุดกางเต็นท์บนยอดดอยที่ต้อนรับพวกเขานั้นยากยิ่งกว่างมเข็ม
แต่โลกหมุนมาถึงจุดที่ Pet Humanization ครองเมือง ผู้ประกอบการที่พักและลานกางเต็นท์เอกชนบนพื้นที่สูงเริ่มปรับตัวขนานใหญ่ เราเริ่มเห็นดอยม่อนแจ่ม ภูทับเบิก หรือเขาค้อ มีโซนที่เปิดกว้างสำหรับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่อนุญาตให้เข้า แต่มีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างรั้วรอบขอบชิด หรือพื้นที่วิ่งเล่นที่เป็นสัดส่วน
เอาล่ะ ก่อนจะไปพิชิตยอดเขา สิ่งที่ต้องเช็คให้ชัวร์คือความฟิตของน้อง ไม่ใช่แค่คนนะที่เหนื่อยเป็น หมาแมวก็เหนื่อยได้เหมือนกัน โดยเฉพาะน้องที่เลี้ยงในระบบปิดหรืออยู่แต่ในห้องแอร์
การจะพาไปเดินขึ้นเนินชันๆ ทันทีอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบหรือหัวใจทำงานหนักเกินไป ลูซี่แนะนำให้เริ่มฝึกเดินพื้นราบให้ได้ระยะทางไกลขึ้นเรื่อยๆ ก่อนวันเดินทางจริงสัก 2-3 สัปดาห์ เพื่อสร้างความทนทานให้กล้ามเนื้อและระบบหายใจ
อีกเรื่องที่สำคัญสุดๆ คือการป้องกันปรสิต บนเขามีทั้งเห็บป่า หมัด และแมลงดูดเลือดสารพัดชนิดที่ไม่เหมือนกับในเมือง การหยดยาหรือป้อนยาป้องกันเห็บหมัดให้ครอบคลุมตามคำแนะนำใน คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 คือสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า รวมถึงการเตรียมยาพ่นกันยุงสำหรับสัตว์เลี้ยงติดกระเป๋าไปด้วย เพราะยุงป่ากัดเจ็บและอาจนำโรคพยาธิหนอนหัวใจมาสู่ลูกเราได้ง่ายๆ
คำถามนี้ลูซี่โดนถามหลังไมค์บ่อยมาก และอยากจะตะโกนตอบดังๆ ว่า จริง โดยเฉพาะสุนัขสายพันธุ์หน้าสั้นอย่าง ปั๊ก, เฟรนช์บูลด็อก, หรือ ชิสุ ซึ่งมีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบกว่าปกติอยู่แล้ว ยิ่งขึ้นไปบนที่สูงที่ออกซิเจนเบาบางลง บวกกับความตื่นเต้นและการออกแรงเดิน จะยิ่งทำให้เขาหายใจลำบากมากขึ้นเสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน และฮีทสโตรกได้ง่ายกว่าสุนัขที่มีจมูกยาว
ที่มา: thepetspotco (สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026) [1]
แต่ถ้าอยากพาไปจริงๆ แนะนำให้เลือกเที่ยวช่วงหน้าหนาวจัดๆ หลีกเลี่ยงการเดินตากแดด และใช้วิธีอุ้มหรือใส่รถเข็นในจุดที่ทางลาดชันเกินไป
ข้อมูลทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำอย่าง VCA Animal Hospitals ระบุไว้ชัดเจนว่า สุนัขสามารถเกิดภาวะแพ้ที่สูงได้เหมือนมนุษย์ อาการที่ต้องสังเกตคือ หอบรุนแรง อาเจียน น้ำลายไหลยืด และซึมลง หากพบอาการเหล่านี้บนยอดดอย ควรรรีบพาน้องลงสู่พื้นที่ต่ำทันทีและให้ออกซิเจนเสริมหากจำเป็น อย่าฝืนไปต่อเด็ดขาดเพราะอาจรุนแรงถึงขั้นปอดบวมน้ำได้
ที่มา: VCA Animal Hospitals (สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026) [2]
ถ้าเรามาดูตัวเลขย้อนหลังกันหน่อย ช่วงปี 2021 ถึง 2023 ยอดการจองที่พักโซนภูเขาที่ระบุเงื่อนไข สัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ ในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ของไทย มีอัตราการเติบโตสูงถึง 200% โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม พีคที่สุดคือปี 2023 ที่ผ่านมา
มีการค้นหาที่พักแบบ Glamping บนดอยที่พาสุนัขไปได้ เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นว่าคนเริ่มเบื่อการเที่ยวทะเลและหันมาเสพความหนาวเย็นร่วมกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสทองของธุรกิจที่พักที่จับตลาดกลุ่มนี้ได้ถูกจุด

ลูซี่มองว่าปีนี้กระแส Nature Therapy มาแรงมาก คนเมืองเริ่มรู้สึก Burnout จากการทำงานและสภาพสังคม การได้พาตัวเองและสัตว์เลี้ยงไปอยู่ท่ามกลางป่าเขาจึงเป็นการบำบัดชั้นดี การได้เห็นสุนัขใช้สัญชาตญาณนักล่าดมกลิ่นใบไม้แห้ง ขุดดิน หรือวิ่งไล่จับเงาไม้ มันเป็นภาพที่ดูมีชีวิตชีวา และปลดปล่อยความเครียดได้ดี ทั้งคนและสัตว์ (18 ธันวาคม 2025) [3]
แถมยังเป็นกิจกรรมที่สร้างคอนเทนต์ได้สวยมาก รูปน้องหมาใส่ผ้าพันคอเก๋ๆ ยืนเท่ๆ บนโขดหินที่มีฉากหลังเป็นทะเลหมอก โพสต์ลงโซเชียลทีไรเพื่อนๆ มากดไลก์กันรัวๆ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาพาหมาแมวขึ้นดอย เขาจะดูคึกคักเป็นพิเศษ หรือบางตัวก็นิ่งสงบไปเลย นั่นเป็นเพราะอากาศที่เย็นสบายและกลิ่นอายธรรมชาติที่เข้มข้น ลมบนเขาพัดพากลิ่นต่างๆ มาจากระยะไกล กระตุ้นประสาทสัมผัสการดมกลิ่นของพวกเขาให้ตื่นตัวตลอดเวลา
สำหรับสุนัขจมูกไว นี่คือสวนสนุกทางกลิ่นที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เขาจะได้กลิ่นสัตว์ป่า กลิ่นสมุนไพร กลิ่นดินชื้นๆ ที่หาไม่ได้ในเมือง ซึ่งช่วยกระตุ้นสมองและลดความเบื่อหน่ายสะสมได้ดีมาก
อันนี้ต้องพูดกันแบบ Real Talk เลยนะว่า ลำบากกว่าแน่นอน แต่มันแลกมาด้วยความฟินที่หาที่ไหนไม่ได้ การนอนเต็นท์เราต้องเตรียมตัวเยอะกว่า ทั้งเรื่องความหนาวเย็นที่เราต้องหาเบาะนอนหนาๆ หรือถุงนอนสำหรับสัตว์เลี้ยงไปให้เขา เรื่องเสียงรบกวนจากเต็นท์ข้างๆ ที่อาจทำให้เขาตื่นตกใจกลางดึก หรือเรื่องการขับถ่ายที่ต้องคอยเก็บกวาดให้สะอาดในพื้นที่จำกัด
แต่ถ้ามองในมุมของประสบการณ์ การได้นอนกอดกันกลมดูดาวหน้าเต็นท์ ตื่นมาเจอหมอกไหลผ่านหน้า มันคุ้มค่าความลำบากทุกวินาที แต่ถ้าใครยังไม่พร้อมจะลุยขนาดนั้น ลองหาที่พักแบบบ้านเป็นหลังหรือรถบ้านใน รวมฮิตที่เที่ยว และที่พัก ดูก่อนก็ได้ สบายกว่าแต่ได้ฟีลใกล้เคียงกัน
หลายคนอาจจะขำเวลาเห็นหมาใส่รองเท้า แต่บนภูเขาที่มีหินคมๆ หนามไม้ หรือพื้นดินที่ร้อนจัดและเย็นจัดสลับกัน รองเท้าสำหรับสุนัขคือ ของมันต้องมีจริงๆ ลูซี่เคยเห็นน้องหมาเท้าถลอกจนเดินต่อไม่ได้บนดอย มันน่าสงสารมาก
การใส่รองเท้าช่วยป้องกันอุ้งเท้าแตกและกันลื่นได้ดี โดยเฉพาะรองเท้าที่มีพื้นยางยึดเกาะ แต่ต้องฝึกให้เขาชืนก่อนเดินทางนะ ไม่งั้นจะเดินเตะขาตัวเองจนเสียหลักได้
มองไปในอนาคตอันใกล้ ลูซี่มั่นใจว่าเราจะได้เห็น Pet-Friendly Nature Trails เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการมากขึ้น จะมีเส้นทางเดินป่าระยะสั้นที่อนุญาตให้สุนัขเดินได้โดยเฉพาะ มีป้ายบอกทางที่ชัดเจน มีจุดแวะพักให้น้ำ และมีถังขยะสำหรับทิ้งมูลสัตว์ตลอดเส้นทาง เพื่อแยกโซนกับนักท่องเที่ยวทั่วไปและลดผลกระทบต่อสัตว์ป่าเจ้าถิ่น
ซึ่งโมเดลนี้ในต่างประเทศทำกันมานานแล้ว และไทยเรากำลังจะก้าวไปสู่จุดนั้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสายเขียวหัวใจสี่ขา
สุดท้ายแล้ว การพาเขาไปเที่ยว ภูเขา ที่สัตว์เลี้ยงไปได้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่นอน แต่มันคือการมอบของขวัญล้ำค่าให้กับเขาในช่วงชีวิตสั้นๆ ของเขา การได้วิ่งเล่นอิสระในที่กว้างๆ สูดอากาศดีๆ มันคือความสุขที่แท้จริงที่เงินซื้อไม่ได้ ความเหนื่อยจากการเดินทางจะหายไปทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มแฉ่งๆ ของลูกรัก ลูซี่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจและเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อพิชิต
เห็บลม หรือ ไรแดง คือศัตรูตัวฉกาจของนักเดินป่าและสัตว์เลี้ยง ตัวมันเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นแต่กัดเจ็บและคันนานเป็นสัปดาห์ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดให้น้องหมา (ใช่ค่ะ เสื้อแขนยาวขยาวแบบบอดี้สูทช่วยได้) และพ่นสเปรย์สมุนไพรกันแมลงซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง หากโดนกัดแล้ว ให้ใช้น้ำเกลือล้างแผลและทาครีมแก้คันสำหรับสัตว์เลี้ยง
การพาหมาแมวขึ้นดอยคือบททดสอบความรักและความอดทนชั้นดี แต่มันก็เป็นบทเรียนที่สวยงามที่สุดเช่นกัน ลูซี่เชื่อว่าธรรมชาติจะเยียวยาทุกอย่าง ทั้งใจเราและใจเขา เตรียมของให้พร้อม ดูแลความปลอดภัยให้ดี แล้วไปสร้างความทรงจำสีเขียวด้วยกันนะทุกคน เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยนะคะ

