วิกฤตฟองสบู่นาฬิกา จะแตกจริงไหมในปี 2026

ฟองสบู่นาฬิกา

ข่าวลือเรื่อง ฟองสบู่นาฬิกาแตกกระจุยในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้ เป็นจุดจบของวงการจริงหรือแค่รอบวัฏจักรปกติที่เปิดทางให้คนตาไวเข้ามาเก็บของดีกันแน่? ช่วงนี้ใครถือของแพงคงมีหนาวๆ ร้อนๆ แต่นักสะสมตัวจริงกลับมองว่านี่คือน้ำลดตอผุด ที่คัดกรองเฉพาะตัวจริงให้อยู่รอด แล้วยุคที่ราคาเทลงมาหนักขนาดนี้ เราควรหนีตายหรือกระโดดเข้าใส่ดีล่ะ?

  • Patek Philippe Nautilus 5711/1A ร่วงหนักจริงไหม?
  • ข้อควรระวังก่อนช้อนซื้อ RM 11-03 ในช่วงราคาตกมีอะไรบ้าง?
  • แบรนด์ไหนรอดตัวและยังน่าเก็บในยุคตลาดซบเซา?

วงการนี้กำลังจะตายหรือแค่สลบ?

วงการนี้ไม่ได้ตาย แค่กำลังกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงหลังจากปั่นราคากันมานานต่างหาก

อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดของ WatchCharts และสื่อใหญ่อย่าง Bloomberg ดัชนีราคาโดยรวมปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดปรี๊ดในปี 2022

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือไม่ได้แปลว่าราคาทุกรุ่นจะดิ่งเหวเหมือนกันหมด คนที่เจ็บหนักคือคนที่ไปไล่จับของตามกระแสชั่วคราว ส่วนกลุ่มนาฬิกาคลาสสิกยังคงยืนหยัดรักษามูลค่าของตัวเองได้แบบนิ่งสนิท (6 พฤษภาคม 2026) [1]

Patek Philippe Nautilus 5711/1A ร่วงหนักจริงไหม?

ราคาไม่ได้ร่วงจนขาดทุนยับเยิน แต่แค่ปรับฐานลงมาจากจุดที่เคยถูกปั่นจนเกินมูลค่าจริงไปมากเท่านั้นเอง ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์สำคัญในปี 2021 ที่ทางแบรนด์ประกาศเลิกผลิตรหัสรุ่นนี้ ราคาก็ดีดทะลุเพดานไปถึงระดับเกิน 5 ล้านบาท ในลานประมูลของ Phillips และ Christie’s

แต่พอมาถึงปี 2026 ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีในตลาดรองตอนนี้กลับมาทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 2.8 – 3.2 ล้านบาท ถึงแม้ราคาจะตกจากยอดดอย แต่ถ้าเทียบกับราคาป้ายตอนเปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 ก็ยังถือว่ามีอัตราการเติบโตบวกเกิน 200% อยู่ดี ในแง่ของการใช้งานจริง รุ่นนี้มีความบางเฉียบ ใส่เข้าข้อและดูหรูหราเข้ากับชุดสูทได้ดีเยี่ยม

แต่ข้อเสียที่คนไม่ค่อยเอามาเล่าให้ฟังกันก็คือ ขอบหน้าปัดแบบขัดด้านนั้นเป็นแม่เหล็กดูดรอยขนแมวชั้นดี แค่ชายเสื้อเชิ้ตถูก็อาจเป็นรอยได้แล้ว ทำให้การดูแลรักษาต้องระวังขั้นสุด ใครที่ใส่สมบุกสมบันอาจจะต้องปวดหัวกับค่าขัดตัวเรือนที่แพงหูฉี่ (27 มกราคม 2026) [2]

Richard Mille RM 11-03 ทำไมถึงราคาดิ่งแรงจนน่าตกใจ?

เพราะนี่คือผลลัพธ์ของการเก็งกำไรตามกระแสคนดัง พอหมดรอบปั่น ราคาที่เคยลอยอยู่บนฟ้าก็ต้องหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับว่าในช่วงพีกสุดๆ ของปี 2022 รหัสรุ่นฮิตนี้ถูกปั่นราคาขึ้นไปแตะระดับ 12-15 ล้านบาท อย่างบ้าคลั่ง แต่ในยุคเศรษฐกิจมหภาคที่ดอกเบี้ยสูงปรี๊ดแบบนี้ สภาพคล่องในตลาดหดตัวลงอย่างชัดเจน

ส่งผลให้ราคากลางในปัจจุบันร่วงลงมาเหลือเพียงราวๆ 7-8 ล้านบาท เท่านั้น นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่า นาฬิกาเจ็บตัว สำหรับคนที่หลับหูหลับตาไปไล่ซื้อตอนราคาอยู่บนยอดดอย

ในทางกลับกัน สำหรับคนที่กำเงินสดไว้ นี่คือโอกาสทองที่จะได้จับจองสุดยอดนาฬิกาทรงสปอร์ตในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมากับข้อควรระวังบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดีไซน์สุดล้ำนี้

ข้อควรระวังก่อนช้อนซื้อ RM 11-03 ในช่วงราคาตกมีอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญที่สุดคือค่าบำรุงรักษาที่แพงระยับ และกลไกสุดซับซ้อนที่อาจจะพังได้ง่ายถ้าคุณเผลอใช้งานผิดวิธี

ตัวเรือนมีขนาดค่อนข้างใหญ่และหนา คนข้อมือเล็กใส่แล้วอาจจะดูกางและไม่ค่อยพอดีเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ น้ำหนักที่เบาหวิวจากวัสดุคาร์บอนพิเศษอาจทำให้บางคนรู้สึกโหวงๆ ไม่คุ้นชินเหมือนใส่เหล็กหนักๆ

ที่สำคัญ กลไกที่ซับซ้อนอย่างระบบจับเวลาแบบตีกลับ (Flyback Chronograph) ของรุ่นนี้ค่อนข้างเปราะบาง หากไม่ได้ส่งเข้าศูนย์บริการหลักของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ ค่าซ่อมแซมอาจจะพุ่งสูงจนหน้ามืดได้เลยทีเดียว (2 ธันวาคม 2024) [3]

แบรนด์ไหนรอดตัวและยังน่าเก็บในยุคตลาดซบเซา?

ฟองสบู่นาฬิกา

นอกจากตัวตึงอย่าง Patek แล้ว ตลาดตอนนี้นักลงทุนเริ่มหันมามองแบรนด์ที่ราคาจับต้องง่ายขึ้นและเจ็บตัวน้อยกว่า เพราะในยุคที่เงินฝืด คนจะเน้นเก็บของที่ปล่อยขายง่าย แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างจึงยังพอไปต่อได้สบายๆ

Rolex สปอร์ตตัวฮิต ยังเป็นหลุมหลบภัยได้อยู่ไหม?

แบรนด์มงกุฎอย่าง Rolex โดยเฉพาะตระกูลสปอร์ต เช่น Daytona หรือ Submariner ถือว่าราคานิ่งและแข็งแกร่งมาก แม้จะตกลงมาจากยอดดอยปี 2022 แต่ก็ยังแพงกว่าราคาป้ายอยู่ดี ถือเป็นเซฟโซนของนักลงทุนเลยค่ะ

ข้อดีของ Rolex คือซื้อง่ายขายคล่องสุดๆ เดินไปร้านตู้หรือโพสต์ขายออนไลน์ แป๊บเดียวก็ได้เงินสดกลับมาหมุนแล้ว ใครเพิ่งเริ่มเข้าวงการ แนะนำให้จับแบรนด์นี้ไว้ก่อนเลย อุ่นใจกว่าเยอะ

พลิกวิกฤต ทำกำไรจากแบรนด์นอกกระแส

ช่วงที่แบรนด์หลักราคาตก มีนักสะสมกลุ่มหนึ่งหันไปกว้านซื้อแบรนด์อิสระ (Indie Brands) เช่น H. Moser & Cie. เพราะผลิตน้อยมากและงานเนี๊ยบสุดๆ ปรากฏว่าราคาพุ่งสวนทางตลาดเฉยเลย

ยกตัวอย่างเคสของรุ่น H. Moser Streamliner ที่นักลงทุนซื้อเก็บไว้ช่วงปลายปี 2024 พอมาถึงปี 2026 ราคาขายต่อในตลาดรองขยับขึ้นเกือบ 30% เพราะคนเบื่อของโหลและอยากได้อะไรที่หายากจริงๆ สรุปคือตาดีได้ตาร้ายเสียค่ะ

ทำไมยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองถึงเป็นสวรรค์ของนักสะสม?

ช่วงที่ตลาดซบเซาและนักเก็งกำไรเทขายของหนีตายแบบนี้แหละค่ะ คือช่วงเวลาที่นักสะสมตัวจริงตั้งตารอคอยมานาน

เมื่อพวกที่หวังกำไรระยะสั้นหายหน้าไปจากกระดาน ราคาสินค้าก็จะค่อยๆ สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงตามความต้องการซื้อและจำนวนของที่มีจำกัดอย่างถูกต้องอีกครั้ง

ดังนั้น การเลือกสวนกระแสนาฬิกา ในจังหวะที่คนอื่นกำลังหวาดกลัว จึงเป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนระดับเซียนมักจะหยิบมาใช้เสมอ เพื่อเก็บสะสมของหายากในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุด

รุ่นคลาสสิกกับรุ่นตามกระแส เลือกแบบไหน

คำตอบสั้นๆ คือให้เน้นเก็บของคลาสสิกที่ประวัติศาสตร์ยาวนาน และเลี่ยงของที่ดังเพราะกระแสแฟชั่นชั่วคราว

หากกางข้อมูลตัวเลขในลานประมูลของ Sotheby’s จะเห็นได้ชัดว่า กลุ่มของคลาสสิกแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากดัชนีเศรษฐกิจเลย ลองมาดูจุดเปรียบเทียบที่น่าสนใจกันค่ะ

  • กลุ่มรักษามูลค่า: นาฬิกาที่มีดีไซน์ดั้งเดิม ไม่หวือหวา และผลิตน้อยอย่างต่อเนื่อง มักจะมีฐานแฟนคลับรุ่นใหญ่ที่เหนียวแน่นคอยรับซื้อเสมอ
  • กลุ่มเสี่ยงสูง: นาฬิกาที่ใช้วัสดุสีสันฉูดฉาด หรือร่วมคอลแลปส์กับดาราคนดัง มักจะราคาพุ่งแรงแค่ช่วงสั้นๆ และเสื่อมความนิยมอย่างรวดเร็วเมื่อหมดกระแส
  • สภาพของครบกล่องใบ: ในยุคที่ตลาดเป็นของผู้ซื้อ การมีกล่องและใบรับประกันแท้จากศูนย์ จะช่วยการันตีราคาขายต่อได้ดีกว่าของตัวเปล่าถึง 15-20% ในทุกๆ กรณี

จังหวะช้อนซื้อของดี เราควรถือยาวแค่ไหนถึงจะคุ้มทุน?

สำหรับการลงทุนในของสะสมยุคนี้ คุณควรวางแผนถือครองอย่างน้อย 3 ถึง 5 ปี ขึ้นไปถึงจะเห็นผลกำไรที่ชัดเจนและจับต้องได้

การคาดหวังว่าจะซื้อมาแล้วฟันกำไรเข้ากระเป๋าในระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือนเหมือนช่วงยุคโควิดนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้วในสภาพตลาดปัจจุบัน

สรุปสั้นๆ คือ ให้ซื้อรุ่นที่คุณชอบและอยากใส่เข้าข้อจริงๆ เพราะระหว่างที่ถือรอให้ราคาตลาดปรับตัวขึ้น คุณก็ยังได้กำไรจากการสวมใส่เพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์และความสำเร็จของตัวเองไปด้วยในตัว

ช่องทางซื้อขายเปลี่ยนไปแค่ไหนในยุคนี้?

ตลาดเปลี่ยนไปเยอะมาก จากที่เคยต้องไปเดินหาตามร้านตู้ ตอนนี้คนหันมาพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์กันหมด ทำให้เช็กราคากลางแบบเรียลไทม์ได้ทันที โดนหลอกฟันราคายากขึ้นเยอะค่ะ

ซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ปลอดภัยและได้ราคาดีกว่าจริงไหม?

เว็บใหญ่อย่าง Chrono24 กลายเป็นแหล่งอ้างอิงราคาที่ทุกคนต้องเปิดดู มีระบบคนกลางคอยถือเงินไว้จนกว่าเราจะตรวจเช็กของว่าแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้การซื้อขายข้ามประเทศเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ข้อดีคือเราสามารถเทียบราคาจากคนขายทั่วโลกได้เลย ทำให้ได้ของดีในราคาที่ถูกกว่าซื้อร้านในไทย แต่ก็ต้องเผื่อใจบวกลบเรื่องค่าส่งและภาษีนำเข้าตอนของมาถึงไทยไว้ด้วยนะคะ

เดินเข้าช็อปซื้อราคาป้าย ตอนนี้ง่ายขึ้นหรือยัง?

ข่าวดีสำหรับคนที่อยากได้ชื่อตัวเองบนใบรับประกัน ตอนนี้ช็อปหลายแบรนด์เริ่มคุยง่ายขึ้น ไม่บังคับพ่วงซื้อของที่ไม่ค่อยฮิตแบบหนักหน่วงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะลูกค้ามีอำนาจต่อรองมากขึ้น

แต่รุ่นดังๆ อย่าง Daytona ก็ยังต้องทำยอดซื้อสะสมอยู่ดี แค่ยอดที่ต้องทำมันไม่ได้สูงเวอร์วังจนเอื้อมไม่ถึงเหมือนช่วงกระแสฟีเวอร์เท่านั้นเอง ถือเป็นจังหวะดีที่จะเริ่มสร้างเครดิตกับช็อปค่ะ

สรุปภาพรวม ฟองสบู่นาฬิกาในปี 2026

วิกฤตฟองสบู่นาฬิกาที่หลายคนตื่นตระหนก แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสะบัดตัวเพื่อสลัดนักเก็งกำไรหน้าใหม่ออกไปเท่านั้น ตลาดไม่ได้พังทลาย แต่กำลังคัดกรองให้เหลือเพียงนักสะสมที่เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงและยอมรับการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาวอย่างมั่นคงต่างหาก

คำถามยอดฮิตที่คนเพิ่งเข้าวงการมักจะสงสัย

  • 1. ตอนนี้คือจุดต่ำสุดของตลาดหรือยัง ควรซื้อเลยไหม?
  • ไม่มีใครกะเก็งจุดต่ำสุดได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ราคาในปัจจุบันถือว่าปรับฐานลงมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยและสมเหตุสมผลกว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนมาก หากเจอของสภาพสวยและของครบกล่องใบก็ถือเป็นจังหวะที่น่าลุยทีเดียว
  • 2. ถ้ามีงบจำกัด ควรเริ่มเก็บรุ่นไหนดีที่สุด?
  • แนะนำให้เริ่มจากรุ่นยอดฮิตอมตะที่ซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ต้องไปเล่นรหัสรุ่นแปลกๆ ที่ไม่มีคนรู้จัก เพราะเวลาต้องการใช้เงินด่วน ของคลาสสิกจะสามารถแปลงเป็นเงินสดได้เร็วกว่าเสมอ

ทิ้งท้ายมุมมองนักลงทุนก่อนควักกระเป๋าจ่ายเงินล้าน

สุดท้ายแล้ว การลงทุนในของสะสมหรูหราไม่ใช่แค่เรื่องของการคำนวณตัวเลขหรือดูกราฟราคาเพียงอย่างเดียว แต่มันคือศิลปะในการเลือกซื้อความสุขที่คุณสามารถสวมใส่ได้จริงบนข้อมือ จงซื้อเพราะหลงใหลในเรื่องราวของแบรนด์ แล้วให้ผลกำไรเป็นเพียงโบนัสก้อนโตที่ตามมาในอนาคตก็พอค่ะ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง