



ปลอกคอสัตว์ ระบุพิกัด คือสิ่งที่ลูซี่ขอยกให้เป็น ยาสามัญประจำบ้าน สำหรับสัตว์เลี้ยงยุคนี้เลยค่ะ ความเจ็บปวดของการไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ที่ไหน มันทรมานเหมือนตายทั้งเป็นนะ ใครที่กำลังวางแผนทริปอยู่ ถ้าจัดการเรื่องสุขภาพตามที่คุยกันใน เตรียมตัวยังไง ก่อนเดินทาง เรียบร้อยแล้ว สิ่งถัดมาที่ต้องมีติดตัวไว้ให้อุ่นใจก็คือเจ้านี่แหละค่ะ
ลองย้อนกลับไปดูช่วงปี 2018 ถึง 2020 สิคะ สมัยนั้นการป้องกันสัตว์หายของเรามันเบสิกมากๆ เต็มที่ก็แค่ป้ายชื่อสลักเบอร์โทรศัพท์ หรือฝังไมโครชิป ความลำบากในยุคนั้นคือ GPS Tracker ก็มีขนาดใหญ่เท่ายางลบก้อนยักษ์ แถมแบตเตอรี่ก็เสื่อมไวมาก ชาร์จทีอยู่ได้ครึ่งวัน หมาวิ่งยังไม่ทันเหนื่อย แบตหมดซะแล้ว สรุปคือซื้อมาเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย
แต่ตัดภาพมาที่วันนี้ โลกมันหมุนเร็วมากแม่ เทคโนโลยีชิปเซ็ตมันเล็กลงจนยัดใส่ปลอกคออันจิ๋วได้สบายๆ แถมกินไฟน้อยลงมหาศาล เดี๋ยวนี้เราสามารถเปิดดูพิกัดลูกๆ แบบ Real-time ผ่านมือถือได้เลย ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก
นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การเที่ยวกับสัตว์เลี้ยงปลอดภัยขึ้นแบบก้าวกระโดด และเป็นหนึ่งในไอเทมภาคบังคับที่ถูกบรรจุอยู่ใน คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 ว่าต้องมี ถ้าอยากเที่ยวแบบมือโปร
เอาล่ะ ตรงนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัดๆ ก่อนเสียเงินฟรี มีหลายคนสับสนมากระหว่าง GPS Tracker แท้ๆ กับ Bluetooth Tracker (พวก AirTag หรือ Smart Tag)
ประเด็นคือ Bluetooth Tracker มันทำงานได้ดีแค่ในระยะใกล้ๆ หรือต้องอาศัยมือถือคนอื่นช่วยส่งสัญญาณ ถ้าลูกเราวิ่งเข้าป่าที่ไม่มีคนเดินผ่าน จบข่าวเลยนะ หาไม่เจอแน่นอน (28 กรกฎาคม 2025) [1]
แต่ถ้าเป็น GPS Tracker มันใช้สัญญาณดาวเทียมและเครือข่ายมือถือ ระบุตำแหน่งได้แม่นยำไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตราบใดที่มีสัญญาณโทรศัพท์ ดังนั้นถ้าจะเน้นความชัวร์เวลาไปเที่ยวไกลๆ GPS คือคำตอบสุดท้ายค่ะ
สิ่งที่ลูซี่เจอมากับตัวและอยากเตือนเพื่อนๆ คือ อย่าเห็นแก่ของถูก ใน Shopee หรือ Lazada มี GPS จีนราคาหลักร้อยขายเยอะมาก แต่อยากบอกว่า ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาพิกัดเพี้ยนเป็นกิโลฯ หรือไม่ก็แอปพลิเคชันภาษาจีนที่อ่านไม่ออก ร้ายแรงสุดคือกันน้ำไม่ได้ น้องหมาโดดลงน้ำปุ๊บ เครื่องดับปั๊บ กลายเป็นที่ถ่วงน้ำหนักคอเปล่าๆ
ทางเว็บไซต์ Tractive ผู้ผลิต GPS สัตว์เลี้ยงระดับโลก เขาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การใช้ที่มีระบบ Live Tracking หรือติดตามสด สามารถเพิ่มโอกาสในการพบสัตว์เลี้ยงที่พลัดหลงได้ภายใน 24 ชั่วโมงแรก สูงถึง 90% เทียบกับสัตว์ที่ไม่มีอุปกรณ์ติดตาม ซึ่งโอกาสพบลดลงฮวบฮาบเหลือไม่ถึง 20% นี่คือสถิติที่ยืนยันว่า เทคโนโลยีมันช่วยซื้อเวลาชีวิตได้จริงๆ (4 เมษายน 2025) [2]
มาดูตัวเลขกันหน่อย ช่วงปี 2021 ถึง 2023 มีรายงานจากมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์หลงหาย พบว่าสุนัขและแมวที่หายไประหว่างการท่องเที่ยวมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนด์การพาเที่ยว
แต่ข่าวดีคือ กลุ่มเจ้าของที่เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีระบุพิกัด สามารถตามตัวสัตว์เลี้ยงกลับมาได้สำเร็จเพิ่มขึ้นถึง 60% โดยเฉพาะในเคสที่หลงป่าหรือพลัดหลงในพื้นที่กว้าง ข้อมูลนี้บอกเราว่า การลงทุนกับอุปกรณ์ดีๆ สักชิ้น มันคุ้มค่ากับความปลอดภัยของลูกเรามาก

ลูซี่เห็นแล้วยังอึ้งกับความล้ำของเทคโนโลยีปีนี้ เดี๋ยวนี้ปลอกคอระบุสัญญาณ มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกพิกัดแล้วนะ แต่มันกลายเป็น Smart Health Collar ไปแล้ว วัดก้าวเดิน วัดคุณภาพการนอน หรือแม้แต่เตือนเมื่อลูกเราเกาเยอะผิดปกติ (สัญญาณของเห็บหมัดหรือโรคผิวหนัง) ซึ่งฟีเจอร์พวกนี้มันช่วยให้เราดูแลสุขภาพเขาได้รอบด้านขึ้นมากๆ (6 พฤษภาคม 2025) [3]
เคล็ดลับที่คนวงในเขารู้กันคือ เรื่อง เครือข่ายสัญญาณ อุปกรณ์ส่วนใหญ่ต้องใส่ SIM Card หรือมี e-SIM ในตัว ซึ่งต้องเสียค่าบริการรายเดือน หลายคนซื้อเครื่องมาแพงแต่ตกม้าตายไม่ยอมจ่ายรายเดือน พอถึงเวลาฉุกเฉิน เครื่องใช้งานไม่ได้ซะงั้น ต้องเช็กให้ชัวร์ว่าเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ที่เราจะไปเที่ยวไหม โดยเฉพาะพวกอุทยานแห่งชาติบางที่ที่สัญญาณอ่อนๆ
ช่วงปี 2022 ถึง 2024 มีความเชื่อผิดๆ เรื่องรังสีจาก GPS
ลูซี่แนะนำให้ลองเข้าไปอ่านรีวิวเชิงลึกจากเว็บ PCMag ที่เขาเทสต์พวก Pet Trackers โดยเฉพาะ จะเห็นกราฟเปรียบเทียบเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพชัดเจนมาก
จุดเล็กๆ ที่มีประโยชน์มหาศาลคือฟีเจอร์ Geofence หรือ รั้วจำลอง เราสามารถตีเส้นในแผนที่แอปได้เลยว่า พื้นที่ปลอดภัยคือตรงไหน (เช่น บริเวณเต็นท์ หรือรีสอร์ต) ถ้าน้องก้าวขาออกจากโซนนี้เมื่อไหร่ มือถือเราจะแจ้งเตือนทันที นี่แหละคือการป้องกันก่อนเกิดเหตุที่แท้ทรู ไม่ต้องรอให้หายไปไกลแล้วค่อยตาม
พยากรณ์เทรนด์ปี 2026 ถึง 2027 เราจะได้เห็นปลอกคอที่ใช้พลังงานจาก Solar Cell หรือพลังงานจลน์จากการขยับตัวของสัตว์เลี้ยง ทำให้แทบไม่ต้องถอดชาร์จแบตเลย หรืออาจจะล้ำไปถึงขั้นที่มี AI วิเคราะห์อารมณ์จากเสียงเห่าและอัตราการเต้นของหัวใจ แล้วแปลภาษาออกมาให้เรารู้ว่าตอนนี้เขากำลังกลัวหรือตื่นเต้น เทคโนโลยีจะทำให้เราสื่อสารกับเขาได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น
การซื้อ ปลอกคอสัตว์ ระบุพิกัด ดีๆ สักอัน อาจจะดูเหมือนแพงในตอนแรก แต่ถ้าแลกกับการที่เราไม่ต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายตอนลูกหาย หรือต้องติดป้ายประกาศตามหาทั่วเมือง ลูซี่ว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกค่ะ มันคือการซื้อความมั่นใจว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะมีโอกาสพาลูกกลับบ้านได้เสมอ
ลูซี่ขอยืนยันจากใจเลยว่า ตั้งแต่ให้เจ้าตัวแสบที่บ้านใส่ ความกังวลเวลาพาไปเที่ยวลดลงไปเยอะมาก เราปล่อยให้เขาวิ่งเล่นได้อิสระขึ้น เพราะเรารู้ว่าเขายังอยู่ในเรดาร์ของเราเสมอ เพื่อนๆ ลองเปิดใจศึกษาเทคโนโลยีพวกนี้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่ามันคือ Game Changer ของคนเลี้ยงสัตว์ยุคใหม่จริงๆ ขอให้ทุกคนและน้องๆ ปลอดภัยในทุกทริปนะคะ

