ปรับสมดุล ระบบเผาผลาญ ทำไมยิ่งอด ยิ่งอ้วน

ปรับสมดุล ระบบเผาผลาญ

ปรับสมดุล ระบบเผาผลาญ ฟังดูเป็นเรื่องวิชาการน่าเบื่อใช่ไหม แต่เชื่อเถอะว่ามันคือเรื่องคอขาดบาดตาย สำหรับพวกเราที่รักการกินและการออกกำลังกาย เคยสงสัยไหมว่าทำไมเพื่อนบางคนกินเค้กเป็นปอนด์แต่หุ่นยังเช้งวับ ในขณะที่เราแค่ดมกลิ่นพิซซ่าน้ำหนักก็พุ่งแล้ว ถ้าคุณคิดว่าทางออกคือการตัดแคลอรี่ลงไปเรื่อยๆ เตรียมตัวรับแรงกระแทกจาก โยโย่เอฟเฟกต์ ได้เลย

  • ระบบเผาผลาญพังไม่ใช่เรื่องเวรกรรม
  • ดีท็อกซ์ล้างลำไส้ช่วยบูสต์ระบบได้ไหม
  • จุดเปลี่ยนของวงการ IF และ Keto

ระบบเผาผลาญพังไม่ใช่เรื่องเวรกรรม

เอาดีๆ นะ ร่างกายเรามันฉลาดเป็นบ้า มันถูกออกแบบมาเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่เพื่อใส่บิกินี่เดินชายหาด พอเราอดอาหารปุ๊บ ร่างกายมันจะตื่นตระหนกแล้วสั่งการทันทีว่า เฮ้ย เจ้าทาสกำลังจะตาย เข้าโหมดจำศีลเดี๋ยวนี้ ผลคือมันจะลดการเผาผลาญลงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เพื่อเก็บไขมันไว้ให้นานที่สุด (5 ธันวาคม 2025) [1]

ย้อนกลับไปช่วงยุค 90s ปลายๆ จำได้แม่นเลยว่ากระแส Low Fat มาแรงโคตรๆ ตอนนั้นฉันบ้าคลั่งกับการกินแอปเปิ้ลเขียววันละลูกกับโยเกิร์ตไขมันศูนย์เปอร์เซ็นต์ เข้าคลาสแอโรบิกเต้นเป็นเจ้าเข้าวันละสองชั่วโมง คิดว่านั่นคือวิถีทางสู่หุ่นนางแบบ

ผลลัพธ์คือผมร่วง ประจำเดือนขาด ผิวแห้งกรัง และพอตบะแตกกินข้าวมื้อเดียว น้ำหนักพุ่งขึ้นมา 3 กิโลฯ ในคืนเดียว บ้าบอที่สุด นั่นแหละคือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้รู้ว่า การทำสงครามกับร่างกายมีแต่แพ้กับแพ้

กลไกที่ซับซ้อนกว่าแค่แคลอรี่เข้า-ออก

ถ้าคุณอยากเข้าใจร่างกายจริงๆ ลองไปศึกษาเรื่อง กินฉลาด ฉบับนักกีฬา ดูสิ จะเห็นภาพเลยว่าอาหารไม่ใช่แค่พลังงาน แต่มันคือข้อมูลที่ส่งไปบอกเซลล์ ถ้าเรากินโปรตีนไม่ถึง วิตามินไม่พอ ระบบเผาผลาญ ก็จะทำงานเหมือนเครื่องยนต์เก่าๆ ที่น้ำมันเครื่องแห้ง ขับยังไงก็ไม่ออก มีแต่ควันดำโขมง

ความลับที่นางแบบระดับโลก ไม่เคยบอกคุณคือเรื่องของ Thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย อาหารบางชนิด เช่น โปรตีนคุณภาพสูง หรือพริกและเครื่องเทศ ไม่ได้แค่ให้แคลอรี่ แต่มันเข้าไปเร่งไฟให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นเอง โดยที่เราไม่ต้องวิ่งจนตับแลบ (24 มกราคม 2025) [2]

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Hormonal Balance อย่างอินซูลิน และเลปตินที่ทำหน้าที่เป็นจราจรคอยโบกว่า เฮ้ย ยูเอาพลังงานไปเก็บเป็นพุง หรือ เอาไปเผาทิ้งซะ ถ้าคุณยังมัวแต่นับเลขแคลอรี่แบบงูๆ ปลาๆ โดยไม่สนคุณภาพอาหาร คุณก็เหมือนกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะ เพราะระบบภายในมันไม่ได้คำนวณแบบคณิตศาสตร์ประถม แต่มันทำงานแบบไบโอเคมีที่ซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

ดีท็อกซ์ล้างลำไส้ช่วยบูสต์ระบบได้ไหม

ช่วงปี 2012-2015 ยุคนั้นกระแสน้ำผลไม้สกัดเย็น กับยาล้างลำไส้ระบาดหนัก ใครไม่ทำถือว่าตกเทรนด์ ฉันก็เคยหลวมตัวไปทำ Detox Course อยู่ 3 วัน กินแต่น้ำสีเขียวเหม็นเขียว เชื่อไหมว่าระบบขับถ่ายพังยับเยิน ลำไส้ขี้เกียจไม่ยอมทำงานเองต้องพึ่งยาตลอด

มันเป็นช่วงเวลาที่มืดมนมากสำหรับวงการสุขภาพ เพราะเราไปโฟกัสผิดจุด แทนที่จะแก้ที่ฮอร์โมนและการกิน เราดันไปหาทางลัดที่ทำลายสมดุลจุลินทรีย์ในท้อง พังกว่าเดิมอีกบอกเลย ความจริงคือ สุขภาพลำไส้คือหัวใจของเมตาบอลิซึม ถ้าแบคทีเรียตัวดีในท้องน้อยลง ระบบการดูดซึมสารอาหารก็รวน

การบูสต์ระบบที่แท้จริง ไม่ใช่การระบายท้องให้โล่งแบบกระทันหัน แต่คือการเติมพรีไบโอติกส์ และโปรไบโอติกส์ให้จุลินทรีย์มาช่วยเราย่อย และเผาผลาญต่างหาก จำไว้ว่าล้างลำไส้แบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะล้างเอากองทัพเผาผลาญของคุณออกไปทิ้งส้วมหมดก็ได้นะจ๊ะ

ปรับสมดุล ระบบเผาผลาญ ให้เหมือนวัยรุ่นอีกครั้ง

ปรับสมดุล ระบบเผาผลาญ

เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการเลิกกลัวแป้งและเลิกกลัวไขมัน (ไขมันดีนะ) การกินให้พอคือการบอกร่างกายว่า ฉันปลอดภัยแล้ว เผาไขมันทิ้งได้เลย ฟังดูขัดแย้งกับความรู้สึกใช่ไหม แต่มันคือเรื่องจริงที่พิสูจน์มาแล้วกับตัว

ถ้าคุณมองภาพรวมของร่างกายเหมือน ระบบกีฬา สู่ความเป็นเลิศ คุณจะรู้ว่าทุกอย่างเชื่อมโยงกัน ถ้านอนไม่พอ คอร์ติซอล (Cortisol) พุ่ง ระบบเผาผลาญก็ดับ ถ้ากินน้อยไป ไทรอยด์ (Thyroid) ก็ทำงานช้าลง มันคือศิลปะของการเลี้ยงไฟให้ลุกโชนตลอดเวลา ไม่ใช่ราดน้ำดับมัน

จุดเปลี่ยนของวงการ IF และ Keto

กระโดดมาที่ช่วงปี 2018-2020 ยุคนี้คำว่า Metabolic Flexibility หรือความยืดหยุ่นของระบบเผาผลาญเริ่มเป็นที่รู้จัก คนเริ่มทำ IF (Intermittent Fasting) และกิน Keto กันทั่วบ้านทั่วเมือง

ตอนแรกฉันก็แอนตี้ Keto นะ รู้สึกว่ากินไขมันจะไปผอมได้ไง แต่พอลองเปิดใจศึกษาและทดลองกับตัวเองแบบไม่งมงาย เฮ้ย มันเวิร์กตรงที่ร่างกายเราเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ไขมันเป็นพลังงานได้เก่งขึ้น ไม่ใช่รอแต่น้ำตาลเหมือนพวกเสพติดแป้ง ช่วงนั้นรู้สึกสมองแล่นมาก ไม่ค่อยหิวจุกจิก นี่แหละคือสัญญาณว่าระบบเผาผลาญเริ่มเข้าที่

สถิติใหม่ๆ ในโลกของ Bio-hacking

มาถึงยุคปัจจุบัน 2022-2024 ตอนนี้เราไปไกลถึงขั้นติดเครื่องวัดระดับน้ำตาลต่อเนื่อง (CGM) กันแล้ว เพื่อดูว่ากินอะไรแล้วน้ำตาลพุ่ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออินซูลินและพุงกะทิของเรา

นอกจากเรื่องน้ำตาลแล้ว เทรนด์ที่มาแรงไม่แพ้กันคือการแช่น้ำแข็งเพื่อเปลี่ยนไขมันขาวที่สะสมอยู่ตามพุง ให้กลายเป็น ไขมันน้ำตาล ซึ่งเป็นไขมันชนิดพิเศษที่ทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานเพื่อสร้างความร้อน สถิติจากเหล่านัก Bio-hacker ทั่วโลกยืนยันว่าการใช้ความเย็นจัด และการฝึกหายใจแบบล้ำๆ สามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญพื้นฐาน ให้พุ่งสูงขึ้นได้แบบไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนักเลยสักเม็ดเดียว (30 พฤศจิกายน 2025) [3]

นี่คือยุคที่เราใช้ความรู้ และเทคโนโลยี มาแฮ็กระบบธรรมชาติให้ทำงานเข้าข้างเรา ใครยังมัวแต่ชั่งน้ำหนักบนตาชั่งดิจิทัลแบบเดิมๆ คือพลาดของดีระดับนวัตกรรมไปแล้วค่ะ

บทวิเคราะห์จากคนที่เจ็บมาเยอะ

สิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่มองข้ามคือค่า NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis) หรือการขยับตัวที่ไม่ใช่ออกกำลังกาย เชื่อไหมว่าการเดินไปเดินมา ทำงานบ้าน ขยับขาตอนนั่งทำงาน มันเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการเข้ายิม 1 ชั่วโมงซะอีก

ถ้าคุณเข้ายิมวันละชั่วโมง แต่ที่เหลืออีก 23 ชั่วโมงนั่งแช่เป็นผักต้ม ระบบเผาผลาญคุณก็ยังต่ำอยู่ดี นี่คือความจริงที่โค้ชหลายคนไม่บอก เพราะมันขายคอร์สไม่ได้ไงล่ะ แต่ฉันบอกเลยว่า Move More, Sit Less คือคาถาเรียกคืนระบบเผาผลาญที่ขลังที่สุด

บทสรุป ปรับสมดุล ระบบเผาผลาญ

  • 1.กินให้ถึง: อย่ากินต่ำกว่าค่า BMR (Basal Metabolic Rate) เด็ดขาด
  • 2.ยกเวทสร้างกล้าม: กล้ามเนื้อคือเตาเผาไขมันที่มีประสิทธิภาพที่สุด ยิ่งมีเยอะ ยิ่งกินได้เยอะ
  • 3.นอนให้พอ: ถ้านอนน้อย ฮอร์โมนหิวจะอาละวาด แล้วคุณจะตบะแตกแน่นอน
  • 4.ใจเย็นๆ: การกู้ระบบเผาผลาญใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ใช่ 2 วัน อย่าเพิ่งท้อ

จะเป็นทาสแคลอรี่ หรือจะเป็นนายตัวเอง

ถามใจตัวเองดูสิ ว่าอยากใช้ชีวิตแบบที่ต้องมานั่งนับเม็ดข้าว กินอกไก่จืดๆ ไปตลอดชีวิต หรืออยากมีชีวิตอิสระที่กินหมูกระทะกับเพื่อนได้บ้างโดยที่หุ่นไม่พัง การปรับสมดุลระบบเผาผลาญคือคำตอบสุดท้าย เลิกอด เลิกเครียด แล้วหันมาดูแลร่างกายด้วยความเข้าใจดีกว่า

บทส่งท้ายจากใจคนเคยพัง

ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเปลี่ยนนิสัยเดิมๆ โดยเฉพาะความกลัวอ้วนที่ฝังหัวมานาน แต่เชื่อฉันเถอะ ร่างกายคุณรักคุณมากกว่าที่คุณคิด ให้สิ่งดีๆ กับมัน แล้วมันจะตอบแทนคุณด้วยรูปร่างที่แข็งแรงและพลังงานที่ล้นเหลือ ลุกขึ้นมาปฏิวัติระบบเผาผลาญกันเถอะ เริ่มมื้อต่อไปนี้เลย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง