



ประโยชน์ แช่น้ำแข็ง ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายหนักหน่วงแบบฉัน การนอนเฉยๆ รอให้หายปวดเมื่อยมันไม่ทันกินหรอก แต่มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่าง การฟื้นฟู กับ การหาทำ จนป่วย บทความนี้จะชำแหละให้ดูว่าไอ้ความเย็นระดับจุดเยือกแข็งเนี่ย มันดีกับเราจริงๆ หรือแค่หลอกตัวเอง
นึกถึงสมัยก่อนแล้วขำ จำช่วงยุค 1990s ถึงต้น 2000s ได้ไหม? ยุคนั้นเวลาเราเจ็บจากการซ้อมกีฬา สิ่งเดียวที่เรารู้จักคือ ถุงน้ำแข็ง ที่ห่อด้วยผ้าขนหนูเหม็นอับๆ หรือไม่ก็ยาหม่องร้อนๆ ที่ทาจนแสบผิวหนัง ยุคนั้นใครบ้าลงไปแช่ในถังน้ำแข็งทั้งตัวคงโดนหาว่าเป็นบ้า เราเชื่อกันแค่หลักการ RICE (Rest, Ice, Compression, Elevation) แบบเบสิกสุดๆ เจ็บตรงไหนประคบตรงนั้น
เวลาเราลงไปแช่น้ำแข็ง ร่างกายจะเกิดภาวะ Vasoconstriction หรือหลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง เลือดจะถูกไล่จากแขนขาเข้าไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญภายในเพื่อรักษาชีวิต (26 กุมภาพันธ์ 2025) [1]
และพอเราขึ้นจากน้ำ ร่างกายอุ่นขึ้น หลอดเลือดจะขยายตัว เลือดใหม่ที่มีออกซิเจนเต็มเปี่ยมจะพุ่งกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเหมือนเขื่อนแตก กระบวนการนี้แหละที่ช่วยชะล้างของเสียอย่าง Lactic Acid ออกไปได้เร็วกว่าการนอนกลิ้งไปมาบนเตียง
มีประเด็นนึงที่ต้องเถียงกันให้จบตรงนี้ หลายคนคิดว่าแช่น้ำแข็งดีทุกสถานการณ์ ผิด ถ้าเป้าหมายของคุณคือการสร้างกล้ามเนื้อ (Hypertrophy) การแช่น้ำแข็งทันทีหลังเวทเทรนนิ่ง อาจจะไป ตัดวงจร การอักเสบที่ดี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ สรุปง่ายๆ คือ แช่แล้วหายปวดเร็ว แต่กล้ามไม่โต เลือกเอาเองว่าจะเอาทางไหน (10 มิถุนายน 2025) [2]
เพราะตามหลักการทางชีววิทยา กล้ามเนื้อจะขยายขนาดได้ต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Mechanical Tension และ Metabolic Stress ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายดึงโปรตีนมาซ่อมแซม และสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม แต่เจ้าความเย็นจัดเนี่ยมันดันไปทำหน้าที่เป็น ตำรวจดับเพลิง ที่เข้าไปดับกองไฟแห่งการเติบโตนี้เร็วเกินไป
งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการแช่น้ำแข็งหลังเล่นเวททันทีจะไปลดการทำงานของทางเดินสัญญาณ mTOR ซึ่งเป็นสวิตช์หลักในการสังเคราะห์โปรตีน ดังนั้นถ้าวันไหนคุณเน้นปั๊มกล้ามให้ระเบิด (Hypertrophy Day) ให้เก็บถังน้ำแข็งไว้ก่อนเลยจ๊ะ ปล่อยให้มันปวดระบมไปนั่นแหละคือสัญญาณว่ากล้ามกำลังจะมา
ช่วงปี 2010–2015 ยุคนี้แหละที่การแช่น้ำแข็งเริ่มแมส เพราะกระแส Crossfit และการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่บูมขึ้นมาดื้อๆ เราเริ่มเห็นภาพนักกีฬาระดับโลกอย่าง LeBron James หรือนักวิ่งโอลิมปิก ลงไปแช่ในถังขยะพลาสติกใส่น้ำแข็ง มันดูเท่ ดูโปร เราเลยทำตามกันใหญ่ โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย รู้แค่ว่าทำแล้วดูเหมือนนักกีฬาอาชีพ
ฉันจำได้ว่าเคยซื้อน้ำแข็งยูนิคมา 5 กระสอบ เทใส่กะละมังซักผ้า นั่งแช่ไปสั่นไป ฟันกระทบกันกึกๆๆ ถามว่ารู้เรื่องไหม? ไม่เลย แค่อยากเท่เฉยๆ

ขยับมาดูช่วงปี 2018–2020 ช่วงโควิดระบาด ยุคนี้ชื่อของ Wim Hof หรือ The Iceman ดังระเบิดเถิดเทิง คลิปสอนหายใจของแกถูกแชร์ว่อนเน็ต ยุคนี้เราเริ่มเข้าใจแล้วว่า การแช่น้ำแข็งไม่ใช่แค่เรื่องกายภาพ แต่มันคือเรื่องของ จิตใจ และ ระบบประสาท
การฝึกลมหายใจก่อนลงน้ำช่วยให้เราทนความหนาวได้นานขึ้น และที่พีคคือ มันช่วยบูสต์ภูมิคุ้มกันได้ด้วย ช่วงนั้นใครมีถังน้ำแข็งที่บ้านคือพระเจ้า ฉันลองฝึกหายใจแบบ Wim Hof แล้วลงแช่ เชื่อไหมว่าจากที่เคยทนได้ 1 นาที มันลากยาวไปได้ถึง 5-10 นาที แบบงงๆ (9 กรกฎาคม 2024) [3]
รู้ไหมว่าการแช่น้ำแข็งในอุณหภูมิประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10-15 นาที สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสาร Norepinephrine เพิ่มขึ้นถึง 530% และ Dopamine เพิ่มขึ้น 250% นี่มันยาเสพติดธรรมชาติชัดๆ มิน่าล่ะ พอขึ้นจากน้ำแล้วมันถึงรู้สึกดีด รู้สึกตื่นตัว เหมือนพร้อมจะไปวิ่งรอบโลก ความรู้สึกนี้แหละที่ทำให้ฉันเสพติดการทรมานตัวเองแบบนี้
และสถิติที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือเรื่องของ Brown Fat มีข้อมูลยืนยันว่าการสัมผัสความเย็นจัดอย่างต่อเนื่องสามารถเปลี่ยน ไขมันขาว ที่แสนขี้เกียจตามพุง และสะโพกของเรา ให้กลายเป็นไขมันสีน้ำตาลที่มีไมโทคอนเดรียหนาแน่น ซึ่งทำหน้าที่เผาผลาญพลังงาน เพื่อสร้างความร้อนให้ร่างกาย
สถิติชี้ชัดว่าคนที่มีกิจกรรมสัมผัสความเย็นเป็นประจำจะมีอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) สูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ หมายความว่าแค่คุณทนหนาวไม่กี่นาที คุณกำลังติดตั้ง เตาเผาไขมันอัจฉริยะ ไว้ใต้ผิวหนังแบบไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนเลยสักเม็ดเดียว ฟังแล้วอยากจะวิ่งไปเปิดตู้เย็นหาถังน้ำแข็งเดี๋ยวนี้เลยใช่ไหมล่ะ
เอาดีๆ นะ สิ่งที่ฉันชอบที่สุดไม่ใช่เรื่องกล้ามเนื้อหรอก แต่เป็นเรื่องของการจัดการความเครียด การเอาหน้าจุ่มน้ำเย็น หรือแช่ทั้งตัว มันไปกระตุ้น Vagus Nerve (เส้นประสาทเวกัส) ซึ่งเป็นตัวสั่งการระบบประสาทระบบผ่อนคลาย
แต่การจะลงไปแช่ให้นิ่งได้เนี่ย มันต้องใช้ใจล้วนๆ มันคือการฝึกจิตขั้นสูงนะแก วินาทีที่ขากระทบน้ำ สมองจะสั่งให้หนี แต่ใจต้องสั่งให้นิ่ง นี่แหละคือสนามฝึกความแข็งแกร่งทางใจชั้นยอด ถ้าคุณอยากรู้ว่าพวกนักกีฬาระดับโลกเขาฝึกจิตให้แข็งแกร่งเหนือมนุษย์กันยังไง เพื่อที่จะทนต่อความเจ็บปวดและความกดดันได้ขนาดนี้
ลองไปเจาะลึกต่อในเรื่อง จิตวิทยา นักกีฬาเทพ ดูสิ แล้วคุณจะเก็ทเลยว่า การแช่น้ำแข็งมันคือแบบฝึกหัดทางจิตที่โคตรดี เพื่อสร้าง Mindset แบบผู้ชนะ
คำถามนี้เจอบ่อยมาก คำตอบคือ อย่าห้าว ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม อย่าริอาจแช่นานเกิน 3-5 นาที และอย่าทำตอนที่ร่างกายอ่อนแอหรือกำลังจะไม่สบาย ความเย็นมันเป็น Stressor (ตัวก่อความเครียด) ถ้าร่างกายรับไม่ไหว มันจะทรุดทันที ต้องรู้จักฟังเสียงร่างกายตัวเองด้วย ไม่ใช่สักแต่จะตามเทรนด์
สุดท้ายแล้ว อยากให้ลองดูสักครั้ง เริ่มจากน้ำเย็นธรรมดาจากฝักบัวก่อนก็ได้ ราดตัวตอนอาบน้ำเสร็จ ให้ร่างกายได้ช็อกเบาๆ แล้วค่อยขยับไปลงอ่าง อย่าไปกลัวความหนาว ความหนาวไม่เคยฆ่าใคร (ถ้าไม่แช่นานเกินไปนะ) ประโยชน์ แช่น้ำแข็ง มันจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น ทั้งกายและใจ ลุกไปซื้อน้ำแข็งเดี๋ยวนี้ แล้วมาหนาวสั่นไปด้วยกัน ลุย

