



ประกันสัตว์เลี้ยง 2025 คือหัวข้อที่ลูซี่ตั้งใจทำการบ้านมาอย่างหนักหน่วงมาก เพราะหลังจากที่เขียน คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 ไป ก็มีเพื่อนๆ ทักมาถามเยอะมากว่า ถ้าลูกป่วยกลางทริปจะทำยังไง? บอกเลยว่าลำพังแค่ เตรียมตัวยังไง ก่อนเดินทาง มันช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับนึง แต่ถ้าแจ็คพอตแตกขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลสัตว์สมัยนี้แพงกว่าคนอีกนะ
เมื่อก่อนใครทำประกันให้หมาแมวคงโดนมองว่า เวอร์ ใช่ไหม? แต่เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว ค่ารักษาพยาบาลสัตว์พุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ
ลองย้อนไปดูปี 2018 ค่าผ่าตัดฉุกเฉินสุนัขพันธุ์เล็กเฉลี่ยอยู่ที่หลักหมื่นต้นๆ แต่ตัดภาพมาที่ปี 2024-2025 ราคาพุ่งไปแตะ 3-5 หมื่นบาทได้สบายๆ อัตราเงินเฟ้อค่ารักษาสัตว์โตเร็วกว่าค่ารักษาคนถึง 2 เท่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมการมีประกันถึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่มันคือการบริหารความเสี่ยงแบบคนฉลาดคิดต่างหาก
ลูซี่คัดมาให้ 5 สไตล์ที่ตอบโจทย์ต่างกัน ไม่ได้เรียงตามลำดับไหล่นะ เลือกเอาที่จริตตรงกันเลย
อย่าดูแต่เบี้ยถูก สิ่งที่ต้องดูให้ตาถลนคือ ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ปกติถ้าป่วยทั่วไปต้องรอ 30 วัน แต่โรคร้ายแรงบางอย่างอาจต้องรอถึง 60-120 วัน ซื้อปุ๊บเคลมปั๊บไม่ได้นะจ๊ะ บอกก่อน
ข้อมูลจาก คปภ. (OIC) ระบุชัดเจนว่า ผู้เอาประกันต้องแถลงประวัติสุขภาพตามจริง หากปกปิดโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายสินไหมทดแทนได้ 100% ดังนั้น ห้ามโกหก เด็ดขาด
สถิติจากสมาคมประกันวินาศภัยไทยปี 2021 เทียบกับ 2024 ยอดการทำประกันสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้นกว่า 200% แต่เชื่อไหมว่ายอดการ ปฏิเสธเคลม ก็สูงขึ้นตามไปด้วย สาเหตุอันดับ 1 คือ ไม่เข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์ ตัวเลขนี้เตือนสติเราว่า อ่านให้ละเอียดเถอะพี่น้อง จะได้ไม่เสียเงินฟรี

การแข่งขันมันดุเดือดมากแม่ บริษัทประกันเริ่มรู้แล้วว่าทาสอย่างเรายอมจ่ายไม่อั้นเพื่อลูก แข่งกันออกโปรดักต์ชนิดที่ว่า งัดข้อ กันสุดฤทธิ์ ทั้งเพิ่มวงเงิน ลดเบี้ย แถมบริการเสริมอย่าง Telemedicine ปรึกษาหมอออนไลน์ฟรี 24 ชม. (20 สิงหาคม 2025) [1]
ลูซี่มองว่านี่คือโอกาสทองของเรานะ เรามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เปรียบเทียบได้เต็มที่ ไม่ต้องง้อผูกขาดเจ้าเดียวเหมือนเมื่อก่อน
ถามตัวเองดูว่าเรารับความเสี่ยงส่วนต่างไหวไหม? ถ้ารับไม่ไหว ไปเหมาจ่ายเถอะ สบายใจกว่าเยอะ
ย้อนไปช่วงปี 2019 ประกันอุบัติเหตุเพียวๆ ขายดีมากเพราะเบี้ยถูกหลักร้อย แต่พอมาถึงปีนี้ ข้อมูลเชิงลึกบอกว่า โรคเจ็บป่วย (เช่น ลำไส้อักเสบ, ไตวาย, โรคผิวหนัง) คือสาเหตุการเคลมอันดับ 1 ที่ทำเจ้าของหมดตัว ส่วนอุบัติเหตุรถชนมีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่ามาก ดังนั้นถ้าจะทำทั้งที ลูซี่เชียร์ให้กัดฟันซื้อแบบ สุขภาพ + อุบัติเหตุ ไปเลย คุ้มค่าความเสี่ยงกว่าเยอะ
ค่ารักษาโรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวานในแมว) เฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาท/ปี ในขณะที่เบี้ยประกันสุขภาพเริ่มแค่ 3,000-5,000 บาท คิดดูสิว่าคุ้มไหม (14 กรกฎาคม 2023) [2]
หลายกรมธรรม์ไม่ได้เป็น Fax Claim (ยื่นบัตรแล้วจบ) นะคะ ส่วนใหญ่เราต้อง สำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยเอาใบเสร็จไปเบิกทีหลัง ซึ่งอาจใช้เวลา 15-30 วัน เงินก้อนเราอาจจะจมอยู่ตรงนั้น ดังนั้นต้องเช็กสภาพคล่องในกระเป๋าตัวเองด้วยว่าไหวไหม (7 สิงหาคม 2025) [3]
ฟันธงเลยว่าปี 2026-2027 เราจะเห็น AI Claim Approval เข้ามาเต็มตัว ถ่ายรูปแผล อัปโหลดใบเสร็จ AI ตรวจปุ๊บ อนุมัติโอนเงินคืนภายในไม่กี่นาที ตอนนี้ต่างประเทศเริ่มใช้แล้ว ไทยเราน่าจะตามมาติดๆ ชีวิตจะง่ายขึ้นอีกเยอะ
ประกันสัตว์เลี้ยง 2025 ที่ลูซี่เอามาแชร์ ไม่ใช่แค่ลิสต์สินค้า แต่มันคือตัวช่วยที่จะทำให้เรากล้าใช้ชีวิตกับลูกๆ ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยระแวงว่า ถ้าป่วยขึ้นมาฉันจะทำยังไง การมีกรมธรรม์อยู่ในมือ มันคืออิสรภาพทางใจนะ เชื่อลูซี่เถอะ ยอมจ่ายวันละไม่กี่บาท แลกกับความมั่นคงยามฉุกเฉิน มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
ทำตอนที่ยังแข็งแรง คือกฎทองคำค่ะ ประกันไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน ยิ่งทำตอนน้องเด็ก เบี้ยยิ่งถูก และไม่มีประวัติเสีย ถ้ารักลูกจริง อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยหาทำ เพราะตอนนั้นสายไปแล้วนะ
สัตว์เลี้ยงพูดไม่ได้ว่าเขาเจ็บตรงไหน และเขาก็ไม่มีสวัสดิการ 30 บาทรักษาทุกโรคเหมือนเรา ประกันนี่แหละคือของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้เขาได้ ขอให้ทุกคนเลือกแผนที่ใช่ แล้วพาลูกไปวิ่งเล่นให้สนุกสุดเหวี่ยง โดยมีความอุ่นใจคอยดูแลอยู่ข้างหลังนะคะ

