บูลด็อก กล้ามโตใจดี สุนัขหน้าโหด โหมดมุ้งมิ้ง เพื่อนแท้ในบ้าน

บูลด็อก กล้ามโตใจดี

บูลด็อก กล้ามโตใจดี สุนัขหน้าโหด ในโหมดมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง ถึงรอยพับย่นในร่างกาย จะทำให้ดูหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา แต่น้องเป็นสุนัขอบอุ่น มีความอดทน เป็นสุนัขครอบครัว หลายคนคิดว่าเป็นสุนัขพันธุ์ดุ แต่ความจริงคือ น้องได้พัฒนาสายพันธุ์มาให้ใจเย็นสุดๆ เข้ากับเด็กได้ดี รักครอบครัว และชอบการนอนในชีวิตจิตใจ

  • ประวัติสายพันธุ์สุนัขบูลด็อก
  • สุนัขบูลด็อก ดุหรือใจดี
  • ใครที่เหมาะกับการเลี้ยงบูลด็อก

ทำความรู้จักกับ สุนัขบูลด็อก หน้าโหดกล้ามใหญ่

สุนัขหน้าย่นตัวตัน บูลด็อก มีความน่ารัก มีเสน่ห์ คาแรกเตอร์กับนิสัยสวนทางกัน จากภาพลักษณ์ที่ดูทรงพลัง สุดโหด ดุดัน แต่แท้ที่จริงแล้ว สายพันธุ์นี้รักสงบ รักครอบครัว เป็นสุนัขใจเย็น มีความอ่อนโยน รักเด็ก ออดอ้อนเก่ง ชอบนอนอยู่ข้างๆเจ้าของ สุนัข ช่วยเพิ่มพลังบวก เป็นสุนัข คู่หูเพื่อนซี้ ประจำบ้าน

ประวัติสายพันธุ์ สุนัขบูลด็อก เป็นอย่างไร?

บูลด็อก (Bulldog) เป็นสุนัขที่มีวิวัฒนาการยาวนาน จากจุดเริ่มต้น เป็นสุนัขอังกฤษ สุนัขใช้งานโหดๆ สู่การเลี้ยงสุนัขในบ้าน เป็นสุนัขครอบครัวในยุคปัจจุบัน โดยมีประวัติสายพันธุ์ ดังนี้

  • ต้นกำเนิด: สุนัขบูลด็อกมีต้นกำเนิด ในช่วงศตวรรษที่ 17 ปรากฏหลักฐานว่าชื่อ Bulldog ครั้งแรกในจดหมาย ปี ค.ศ. 1631 เป็นสุนัขใช้งาน ถูกเพราะมาเพื่อกีฬา Bull-baiting โดยสุนัขต้องกัดจมูกวัวกระทิง และตรึงไว้กับพื้น ซึ่งยุคนั้น มีนิสัยดุร้ายป่าเถื่อน เพื่อเหมาะกับการต่อสู้ มีร่างกายกำยำ หัวใหญ่ และร่างกายแข็งแรง
  • จุดเปลี่ยนของบูลด็อก: เนื่องด้วยมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ การใช้สุนัขต่อสู้กับวัวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ในประเทศอังกฤษ ตาม พ.ร.บ. การทารุณกรรมสัตว์ ค.ศ. 1835 ซึ่งทำให้บูลด็อกเกือบสูญพันธุ์ไป ก่อนจะเริ่มมีผู้เพาะเลี้ยง พัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสัตว์เลี้ยงแทน
  • เข้าสู่ยุคสุนัขบ้าน: การปรับปรุงสายพันธุ์ของบูลด็อก เพราะเลี้ยงคัดสรรสุนัขที่มีความอ่อนโยน มีรูปร่างที่เตี้ยลง และตัวหนักขึ้น ซึ่งก่อตั้งชมรมบูลด็อกครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1864 และมีการกำหนดมาตรฐานสายพันธุ์ และมีการก่อตั้งสโมสร The Bulldog Club, Inc ก่อตั้งขึ้นในปี 1875 จนถึงปัจจุบัน

ที่มา: Bulldog (28 พฤศจิกายน 2025) [1]

สุนัขบูลด็อก ดุไหม? มีนิสัยยังไง?

สุนัขบูลด็อกไม่ดุ เป็นคู่หูผู้น่ารัก เลี้ยงไม่ยาก รักเจ้าของ เป็นมิตร อ่อนโยน และซื่อสัตย์เป็นสุนัขขนาดเล็กถึงกลาง มีน้ำหนักมาตรฐาน 7-12 กิโลกรัม ความสูงประมาณ 11-13 นิ้ว เป็นสุนัขขนสั้น เรียบ และนุ่ม ดูแลได้ง่าย มีอายุขัยประมาณ 10-12 ปี

เป็นสุนัขที่ชอบเล่นสนุก ทำกิจกรรมนอกบ้าน และชอบนอนหลับเป็นชีวิตจิตใจ รักการนอนมาก ฝึกฝนได้ง่าย เป็นสุนัขเรียบร้อย มีวินัย สามารถเห่าเตือนภัยได้ ต้องการความเอาใจใส่จากเจ้าของ ไม่ควรปล่อยปละละเลยให้อยู่ลำพังนานๆ เพราะอาจมีความวิตกกังวล มีความเครียด เป็นโรคซึมเศร้าในสุนัข และ ตรอมใจตายได้ (13 เมษายน 2022) [2]

การเลี้ยงสุนัข บูลด็อก กล้ามโตใจดี

บูลด็อก กล้ามโตใจดี

การเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ บูลด็อก กล้ามโตใจดี มีความรักเจ้าของ ภาพลักษณ์ดุดัน แต่มีความเป็นมิตร และใจดี มีเสน่ห์ และสามารถอยู่เป็นเพื่อนคนเลี้ยงได้ตลอดชีวิต คนที่ชอบสุนัข คนที่ชอบอยู่กับบ้าน ชอบความเงียบสงบ และครอบครัวที่มีเด็ก สามารถเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ได้ ต้องการการออกกำลังกายต่ำ ไม่ต้องการการใช้แรงมากไป มือใหม่ก็เลี้ยงได้

เปิดราคาค่าตัว สุนัขบูลด็อกปัจจุบัน

สำหรับสุนัขสายพันธุ์บูลด็อก ราคาจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งราคาจะสูงขึ้น หรือราคาต่ำ ขึ้นอยู่กับเกรดคุณภาพ สีหายาก ใบรับรอง และปัจจัยอื่นๆ เช่น

  • สีที่หายาก: สีพื้นฐานอย่างลายเสือ หรือสีครีม มักจะมีราคาถูกที่สุด ส่วนสีหายากอย่าง Lilac Tan หรือ Isabella ราคาอาจพุ่งสูงไปถึงหลักแสนบาท
  • ใบรับรอง: ใบรับรองมาตรฐานสายพันธุ์ Pedigree จากสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข ประเทศไทย หรือ KCTH จะช่วยยืนยันสายพันธุ์แท้ และลดความเสี่ยงเรื่องโรคทางพันธุกรรม
  • ลักษณะเด่น: หากมีลักษณะ หัวโต ตัวสั้น กระดูกใหญ่ ตามที่ตลาดนิยม ราคาก็จะสูงขึ้นตามความต้องการ

ความแตกต่างระหว่าง เกรดเลี้ยงทั่วไป เริ่มต้นที่ 8,000 บาท เกรดมาตรฐานฟาร์ม เริ่มต้น 15,000 บาท มีใบรับรองสายพันธุ์ เกรดประกวด พ่อแม่พันธุ์ ราคาเริ่มต้น 50,000 บาท สีพิเศษ 80,000 – 250,000 บาท เช่น สี Blue, Lilac, Merle หรือพวกขนยาว (Fluffy) เป็นต้น (12 ตุลาคม 2025) [3]

มา checklist คุณเหมาะกับบูลด็อกไหม?

เช็กง่ายๆ คุณเหมาะกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์บูลด็อกไหม หนึ่งในสุนัขสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย และเหมาะกับคนรักสุนัขเป็นจำนวนมาก เรามา checklist 5 ข้อ ว่าคุณคือคนที่เหมาะกับ เจ้ากล้ามโตใจดีตัวนี้ไหม ดังนี้

  1. คนที่ชอบอยู่กับบ้าน: คนที่ไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหน ชอบใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน หากว่าคุณไม่ใช่สายวิ่งมาราธอน หรือการออกไปวิ่งอย่างหนักหน่วง บูลด็อกคือคำตอบ เพราะเป็นสุนัขพลังงานต่ำถึงปานกลาง ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก วันละ 15-20 นาทีก็พอ
  2. คนรักความสงบ: สุนัขบูลด็อกไม่ชอบเห่าพร่ำเพรื่อ เป็นเพื่อนที่ดี ยกเว้นจะเจออันตราย หรือเจอปัญหาเสียงรบกวน ชอบนอนนิ่งๆอยู่กับเจ้าของ เฝ้าเจ้าของได้ทั้งวัน
  3. ครอบครัวที่มีเด็ก: บูลด็อกสามารถเข้ากับเด็กได้ดี มีความอดทนสูง สุนัขสายพันธุ์นี้อ่อนโยนกับเด็ก มีความมั่นคงทางอารมณ์สูง ไม่ตกใจง่าย
  4. คนที่พร้อมดูแลสุขภาพ: คอยหมั่นจะเช็ดทำความสะอาด พาไปอาบน้ำ เช็ดใบหน้าและรอยย่น เพื่อป้องกันเชื้อรา และโรคผิวหนัง
  5. พร้อมเปิดแอร์: บูลด็อกไม่ทนร้อน หากว่าบ้านไม่มีแอร์ ต้องเลี้ยงสุนัขไว้นอกบ้าน คุณไม่เหมาะกับการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ เพราะทนร้อนไม่ได้อาจจะช็อก และเสียชีวิตได้

บูลด็อก สุนัขหน้าดุ กล้ามโต แต่ใจดี

สุนัขที่มองเผินๆเหมือนดุร้าย แต่แท้ที่จริงแล้ว บูลด็อก กล้ามโตใจดี เป็นสุนัขหน้าโหดหมดมุ้งมิ้ง เป็นสุนัขใจดี มีความอดทนสูง เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก มีพลังงานต่ำถึงปานกลาง เป็นสุนัขที่มีความขี้อ้อน ชอบนอนหลับ และรักซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ

ระวัติสายพันธุ์ บูลด็อก เป็นอย่างไร

จากต้นกำเนิด บูลด็อกเป็นสุนัขดุร้าย และได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ ให้กลายเป็นสุนัขบ้าน ที่มีความเชื่อง มีความใจเย็น คงลักษณะเด่นเอาไว้ มีกล้ามเนื้อเป็นมัด เป็นสุนัขที่ใจดี และเป็นมิตร เป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงไว้ในบ้าน เป็นคู่หูรู้ใจของมนุษย์

สุนัขสายพันธุ์บูลด็อก เหมาะกับใคร?

สำหรับคนที่ชอบสุนัข และคนที่ชื่นชอบความสงบ ไม่วุ่นวาย บูลด็อกเป็นสุนัขที่อ่อนโยน มีความรักเด็ก รักเจ้าของ มีความอดทนสูง เป็นสุนัขที่ไม่ทนร้อน ต้องการการออกกำลังกายไม่เยอะ เหมาะกับคนที่พร้อมจะดูแล ทั้งสุขภาพ ความสะอาด ที่อยู่อาศัย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง