นกหวีดกรรมการ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับฟุตบอล?

นกหวีดกรรมการ

นกหวีดกรรมการ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ผู้ตัดสินใช้ควบคุมจังหวะการแข่งขัน ทั้งการเริ่มเกม การหยุดเกม การให้เตะฟรีคิก การให้จุดโทษ และการเริ่มเล่นใหม่ในบางสถานการณ์ โดยกติกา IFAB ระบุให้นกหวีดเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ผู้ตัดสินต้องมีในการแข่งขันฟุตบอล ขณะที่ลักษณะของนกหวีดแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันทั้งวัสดุ รูปแบบการทำงาน ระดับเสียง และการออกแบบเพื่อใช้งานในสนาม

  • เสียงดังแค่ไหนจึงเหมาะกับสนามฟุตบอล?
  • วิธีเลือกนกหวีดกรรมการให้เหมาะกับการใช้งาน
  • กติกาฟุตบอลกำหนดการใช้นกหวีดไว้อย่างไร?

นกหวีดกรรมการมีหน้าที่อะไรบ้าง?

นกหวีดกรรมการมีหน้าที่หลักในการส่งสัญญาณให้ผู้เล่นและผู้ที่อยู่ในสนามรับรู้ว่าจังหวะการแข่งขันเริ่มต้น หยุด หรือกลับมาเล่นต่อ โดย IFAB ระบุว่านกหวีดเป็นอุปกรณ์บังคับของผู้ตัดสิน และกำหนดสถานการณ์ที่ควรใช้นกหวีดไว้อย่างชัดเจน และนกหวีดจึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ใช้สร้างเสียง แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยให้ผู้ตัดสินควบคุมเกม และแสดงอำนาจในการตัดสินได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะการแข่งขันที่มีผู้เล่นหลายคน และมีเสียงรบกวนจากผู้ชม ซึ่งผู้ตัดสิน หรือ referee มีหน้าที่ควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกา และการตัดสินของผู้ตัดสินถือเป็นคำตัดสินหลักภายในเกม ขณะที่ยังมีผู้ช่วยผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่อื่นเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำหน้าที่ในสนาม (23 พฤศจิกายน 2024) [1]

นอกจากนกหวีดแล้ว ผู้ตัดสินยังใช้อุปกรณ์และสัญญาณอื่นเพื่อควบคุมการแข่งขัน เช่น ใบเหลืองคือ เครื่องหมายที่ใช้ลงโทษหรือตักเตือนผู้เล่นตามกรณีที่กติกากำหนด ขณะที่ ใบแดงคือ การแสดงว่าผู้เล่นถูกไล่ออกจากสนาม และในบางการแข่งขันยังมี กฎ VAR ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ตัดสินตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น

ใช้นกหวีดเริ่มและหยุดการแข่งขัน

ผู้ตัดสินใช้นกหวีดเพื่อเริ่มการแข่งขันในครึ่งแรกและครึ่งหลัง รวมถึงการเริ่มเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ และใช้หลังจากมีการทำประตูตามสถานการณ์ที่กติกากำหนด นอกจากนี้ยังใช้หยุดเกมเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น การให้เตะฟรีคิกหรือจุดโทษ

การใช้นกหวีดยังช่วยให้ผู้เล่นรับรู้จังหวะสำคัญของการแข่งขันได้พร้อมกัน เช่น การหยุดเกมเมื่อมีการบาดเจ็บ การทำฟาวล์ หรือจำเป็นต้องหยุดการแข่งขันด้วยเหตุผลอื่นตามกติกา เสียงนกหวีดที่ชัดเจนจึงช่วยให้ผู้เล่นสามารถหยุดหรือกลับมาเล่นต่อได้อย่างถูกต้อง

ใช้นกหวีดควบคุมจังหวะการเล่น

นกหวีดยังใช้สำหรับการเริ่มเล่นใหม่ในบางกรณี เช่น ฟรีคิกที่ผู้ตัดสินต้องควบคุมระยะห่างของฝ่ายรับ หรือจุดโทษ รวมถึงการกลับมาเล่นหลังจากเกมหยุดเนื่องจากการลงโทษ การบาดเจ็บ หรือการเปลี่ยนตัว เสียงนกหวีดช่วยให้ผู้เล่นทราบว่าการเล่นสามารถดำเนินต่อได้เมื่อใด และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมก่อนเริ่มจังหวะสำคัญ

นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ตัดสินควบคุมลำดับของเหตุการณ์ในสนามให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด และช่วยสร้างสัญญาณที่ชัดเจนในจังหวะที่ผู้เล่นต้องรอคำสั่งก่อนกลับมาเล่นต่อ ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น

นกหวีดกรรมการมีรูปแบบที่แตกต่างกัน

นกหวีดกรรมการ

นกหวีดกรรมการสามารถแบ่งตามลักษณะการสร้างเสียง และการออกแบบได้หลายประเภท โดยแบบที่พบในการใช้งานกีฬามีทั้งนกหวีดที่มีลูกบอลภายใน นกหวีดแบบไม่มีลูกบอล หรือ pealess whistle รวมถึงนกหวีดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ปุ่มกดแทนการเป่าด้วยปาก

จากข้อมูลของสำนักงานสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าเยอรมนี (DPMA) นกหวีดสำหรับผู้ตัดสินมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบันทึกว่านกหวีดแบบไม่มีลูกบอลถูกใช้ในการแข่งขันฟุตบอลที่ Nottingham Forest เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ปี 1878 ก่อนที่จะมีการพัฒนานกหวีดแบบมีลูกบอลซึ่งให้เสียงดังขึ้นในเวลาต่อมา (28 มีนาคม 2025) [2]

นกหวีดกรรมการมีมาตรฐานเสียงหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ได้กำหนดมาตรฐานว่าต้องมีความดังเท่ากันทุกยี่ห้อหรือทุกรุ่น แต่ระดับเสียงของนกหวีดแต่ละแบบแตกต่างกันตามการออกแบบและการใช้งาน จากข้อมูลการทดสอบที่รวบรวมโดย Refsworld พบว่านกหวีดที่มีระดับเสียงสูงสุดในการทดสอบอยู่ที่ประมาณ 127.6 เดซิเบล

ขณะที่รุ่นอื่น ๆ มีระดับเสียงตั้งแต่ประมาณ 113 เดซิเบลขึ้นไป โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านกหวีดกรรมการสามารถมีระดับเสียงแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยการทดสอบวัดเสียงในระยะ 2 เมตร จากนกหวีด นอกจากนี้ ระดับประมาณ 115 เดซิเบลใกล้เคียงกับเสียงคอนเสิร์ตร็อก และระดับประมาณ 125 เดซิเบล (3 พฤศจิกายน 2012) [3]

ถือเป็นช่วงที่อาจเริ่มทำให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้นผู้ตัดสินจึงควรเลือกนกหวีดที่มีเสียงดังและชัดเจนเพียงพอกับขนาดสนาม โดยไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงสูงที่สุดเสมอไป นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงระยะห่างระหว่างผู้ตัดสินกับผู้เล่น เพื่อให้เสียงดังกล่าวไม่สร้างความรบกวนต่อการได้ยินของผู้ที่อยู่ใกล้เกินไป

นกหวีดกรรมการเหมาะกับสนามแบบไหน?

การเลือกควรสัมพันธ์กับประเภทสนามและระดับการแข่งขันมากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว โดยจะมีวีฮีการเลือกนกหวีดให้เหมาะสมกับสนามดังนี้

  • การแข่งขันระดับสูง: ควรเน้นเสียงชัด เป่าได้ง่าย น้ำหนักเหมาะสม และมีความน่าเชื่อถือในการใช้งานต่อเนื่อง
  • สนามฟุตบอลทั่วไป: เลือกนกหวีดที่มีเสียงชัดและทนทาน โดยไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นที่มีสเปกสูงที่สุด
  • สนามโรงเรียนและเยาวชน: ควรเน้นน้ำหนักเบา จับถนัดมือ และมีเสียงเพียงพอต่อขนาดสนาม
  • สนามซ้อม: สามารถเลือกตามงบประมาณและความถี่ในการใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับความทนทานหากต้องใช้งานทุกวัน

สรุป นกหวีดกรรมการที่เหมาะกับการใช้งาน

จึงสรุปได้ว่า นกหวีดกรรมการที่เหมาะที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่ดังที่สุดหรือราคาแพงที่สุด แต่ควรเป็นรุ่นที่ให้เสียงชัด เป่าได้ง่าย จับถนัด ทนทาน และเหมาะกับสภาพสนาม หากใช้แข่งขันกลางแจ้งหรือสนามที่มีผู้ชมจำนวนมาก อาจเลือกนกหวีดที่ผู้ผลิตระบุระดับเสียงประมาณ 115–120 dB ขณะที่สนามซ้อมหรือสนามขนาดเล็กสามารถเลือกรุ่นที่มีสเปกเหมาะสมกับการใช้งานได้

คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับนกหวีดกรรมการ

  • คำถาม: นกหวีดกรรมการควรดังเท่าไหร่?
  • คำตอบ: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ IFAB กำหนดสำหรับนกหวีดทุกชนิด แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ตัดสินที่พบในตลาดมีระดับเสียงตั้งแต่ประมาณ 90–120 dB โดยรุ่นสำหรับสนามที่มีเสียงรบกวนมากมักมีระดับเสียงสูงขึ้น ทั้งนี้ควรดูวิธีการวัดของผู้ผลิตประกอบด้วย
  • คำถาม: นกหวีด Pealess ดีกว่านกหวีดแบบมีลูกบอลหรือไม่?
  • คำตอบ: ไม่สามารถบอกว่าดีกว่าทุกกรณี แต่ Pealess ไม่มีชิ้นส่วนลูกบอลที่เคลื่อนไหวภายใน จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ตัดสินที่ต้องการความสม่ำเสมอและใช้งานกลางแจ้งเป็นประจำ
  • คำถาม: นกหวีดกรรมการใช้ในฟุตบอลอย่างเดียวหรือไม่?
  • คำตอบ: ไม่ใช่ นกหวีดลักษณะเดียวกันสามารถใช้ในกีฬาหลายประเภท เช่น บาสเกตบอล รักบี้ และฮอกกี้ โดยความเหมาะสมของเสียงและรูปทรงอาจแตกต่างกันตามประเภทกีฬา
  • คำถาม: ผู้ตัดสินต้องพกนกหวีดทุกการแข่งขันหรือไม่?
  • คำตอบ: ตาม Law 5 ของ IFAB นกหวีดเป็นหนึ่งในอุปกรณ์บังคับของผู้ตัดสิน เช่นเดียวกับนาฬิกา ใบเหลือง ใบแดง และอุปกรณ์สำหรับบันทึกข้อมูลการแข่งขัน
  • คำถาม: นกหวีดกรรมการราคาแพงดีกว่าราคาถูกหรือไม่?
  • คำตอบ: ไม่เสมอไป ควรพิจารณาความดัง ความชัดของเสียง วัสดุ ความทนทาน ความถนัดในการเป่า และรูปแบบการใช้งานร่วมกันมากกว่าเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

ทิ้งท้าย เสียงสัญญาณสำคัญที่ช่วยให้เกมเป็นระบบ

นกหวีดกรรมการอาจเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ แต่มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมการแข่งขัน เพราะเสียงนกหวีดช่วยส่งสัญญาณให้ผู้เล่นรับรู้จังหวะเริ่ม หยุด และกลับมาเล่นต่อได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการเลือกนกหวีดที่มีเสียงชัดเจนและเหมาะกับลักษณะการใช้งาน จึงเป็นอีกส่วนที่ผู้ตัดสินไม่ควรมองข้าม

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง