



ตารางซ้อม สร้างกล้าม คือคัมภีร์ที่หนุ่มๆ (และสาวๆ) ตามล่ากันแทบพลิกแผ่นดิน แต่เชื่อมั้ยว่าร้อยทั้งร้อยโหลดตารางมาแล้วก็ดองเค็ม! เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะมันยากเกินเบอร์ หรือไม่ก็ดูน่าเบื่อจนอยากจะหลับคาดัมเบลไงล่ะ! เลดี้เข้าใจดีเลยว่าความรู้สึกตอนเห็นตารางซ้อมที่เขียนว่า “อก 5 ท่า ท่าละ 4 เซต” มันท้อใจขนาดไหน
เลิกเชื่อคำสอนผิดๆ ที่ว่า “ต้องยกหนักจนเกือบตาย” ได้แล้ว! กล้ามเนื้อเกิดจากการที่เราสร้างความเสียหายเล็กน้อยให้กับเส้นใยกล้ามเนื้อ แล้วร่างกายก็ซ่อมแซมให้มันใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น กุญแจสำคัญไม่ใช่ “น้ำหนัก” แต่คือ “ความตึงเครียด” ที่เราส่งไปถึงกล้ามเนื้อต่างหาก
ลองย้อนกลับไปยุคคลาสสิก 1970s ยุคทองของเพาะกาย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คือเทพเจ้าแห่งการ “ปั๊มกล้าม” เขาฝึกซ้อมวันละ 2 รอบ รอบละ 2-3 ชั่วโมง! บ้าไปแล้ว! แต่เดี๋ยวก่อน นั่นมันยุคที่ยังไม่มีวิทยาศาสตร์การกีฬาเจริญเหมือนตอนนี้ และอาจจะมีตัวช่วยนิดหน่อย (รู้กันนะ) แต่สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ การซ้อมแบบนั้นมีแต่จะทำให้ร่างพังก่อนจะหล่อ
ใครที่ยังใหม่กับวงการเหล็ก แนะนำให้ไปปูพื้นฐานที่ คู่มือกีฬา เริ่มต้นอย่างไร ก่อน จะได้เข้าใจว่าร่างกายเราทำงานยังไง จะได้ไม่เจ็บตัวฟรี
งานวิจัยยุคใหม่ฟันธงแล้วว่า การเล่นกล้ามเนื้อแต่ละส่วนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ได้ผลดีกว่าการเล่นสัปดาห์ละ 1 ครั้งแบบหนักๆ เพราะอะไร? เพราะร่างกายเราใช้เวลาซ่อมแซมกล้ามเนื้อแค่ 48-72 ชั่วโมง หลังจากนั้นถ้าไม่ไปกระตุ้นซ้ำ มันก็กลับสู่โหมดปกติ ดังนั้น แทนที่จะเล่นอกวันจันทร์วันเดียวจนระบมไปถึงวันอาทิตย์ สู้แบ่งมาเล่นวันจันทร์กับพฤหัสฯ ดีกว่า กล้ามขึ้นไวกว่าเห็นๆ (21 กันยายน 2023) [1]
เห็นบ่อยมากที่มือใหม่เข้าไปถึงก็จับดัมเบลมาเล่นไบเซปส์ (หน้าแขน) รัวๆ กะว่าแขนจะใหญ่เท่าขอนไม้ หารู้ไม่ว่าท่าที่สร้างกล้ามเนื้อได้ดีที่สุด คือท่าที่ใช้หลายข้อต่อ อย่าง Squat, Deadlift, Bench Press ต่างหาก เพราะมันกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้มหาศาล (19 สิงหาคม 2025) [2]
ท่าเหล่านี้ไม่ได้แค่สร้าง “ขนาด” แต่ยังช่วยจัดระเบียบร่างกายและสร้างความแข็งแรงจากแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ดูโดดเด่นและ “ชัด” มากขึ้น เพราะท่า Compound เหล่านี้บังคับให้กล้ามเนื้อหลายมัดทำงานพร้อมกัน ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันในระดับสูง และส่งผลให้ชั้นไขมันที่บดบังความชัดของกล้ามเนื้อบางลงนั่นเอง
ความจริงคือ ถ้าคุณอยากแขนใหญ่ ให้ไปเล่นขา! งงล่ะสิ? เพราะการเล่นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ อย่างขา จะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิต Growth Hormone ออกมา ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้แหละที่จะวิ่งไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย รวมถึงแขนกุ้งแห้งของคุณด้วย (20 มีนาคม 2023) [3]
เหตุการณ์ที่เปลี่ยนความคิดคนทั้งโลก ปี 2018 งานวิจัยจาก Journal of Strength and Conditioning Research เปรียบเทียบกลุ่มที่เล่นท่าแยกส่วน กับ ท่าหลายส่วน ผลปรากฏว่ากลุ่มที่เล่นท่าหลายส่วนมีการพัฒนาของมวลกล้ามเนื้อโดยรวมมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ จบนะ! เลิกเสียเวลากับท่ากระจุกกระจิก แล้วไปโฟกัสที่ “Big 3” ได้แล้ว
เว็บไซต์อย่าง Bodybuilding.com หรือ T-Nation มีบทความเรื่อง Anatomy การฝึกที่ละเอียดมาก ใครสายลึกชอบอ่านงานวิจัย แนะนำให้ไปสิงสถิตอยู่แถวนั้น

ตารางซ้อม สร้างกล้าม แบบดั้งเดิมที่เราเห็นกันบ่อยๆ คือ เล่นแบบเฉพาะส่วน (จันทร์-อก, อังคาร-หลัง, พุธ-ขา) ซึ่งเหมาะกับคนที่เข้ายิมได้ทุกวันและชอบโฟกัสทีละจุด แต่สำหรับคนทำงานที่มีเวลาน้อย Full Body Workout (เล่นทุกส่วนในวันเดียว) หรือ Upper/Lower Split (วันบน/วันล่าง) คือทางเลือกที่ฉลาดกว่าเยอะ
ช่วงปี 2015 เป็นต้นมา เทรนด์ Full Body กลับมาฮิตระเบิดอีกครั้ง เพราะ Influencer สายวิทย์อย่าง Jeff Nippard เอาข้อมูลมากางให้ดูว่า การกระตุ้นกล้ามเนื้อบ่อยๆ ช่วยเร่งการสังเคราะห์โปรตีนได้ดีกว่าการอัดหนักๆ วันเดียว มันเปลี่ยนโลกของคนทำงานออฟฟิศไปเลย เพราะคุณเข้ายิมแค่ 3 วันต่อสัปดาห์ ก็หุ่นดีได้เหมือนคนเข้า 5 วัน
ลืมเลข 8-12 ครั้งไปก่อน! ความจริงคือกล้ามเนื้อสามารถโตได้ในทุกช่วงจำนวนครั้ง ตราบใดที่คุณเล่นจนเกือบหมดแรง ปัจจุบันงานวิจัยใหม่ๆ บอกว่าการยกเบาๆ 20-30 ครั้ง จนหมดแรง ก็สร้างกล้ามได้พอๆ กับยกหนักๆ 6-10 ครั้ง
นี่คือข่าวดีสำหรับคนที่เจ็บข้อต่อ หรือคนที่ไม่มีดัมเบลหนักๆ ที่บ้าน แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือความแข็งแรงสูงสุดควบคู่ไปกับขนาด การผสมผสานช่วงจำนวนครั้งเข้าด้วยกันจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด ลองแบ่งเซตมาเล่นหนัก 5-8 ครั้งเพื่อเพิ่มแรงยก และตามด้วยเซตกลาง 10-15 ครั้งเพื่อเน้นความตึงเครียดของกล้ามเนื้อให้ถึงขีดสุด จะช่วยให้คุณได้ประโยชน์ครบถ้วนจากทุกช่วงการฝึก
จะเล่นสูตรไหนก็ได้ แต่กฎเหล็กข้อเดียวที่ห้ามลืมคือ Progressive Overload (การเพิ่มความหนักทีละนิด) ถ้าวันนี้ยก 10 โล เดือนหน้าก็ยังยก 10 โล เท่าเดิม กล้ามมันจะไปโตได้ยังไงคะ? ร่างกายมันฉลาดนะ ถ้าไม่เจองานหนักขึ้น มันก็ไม่สร้างกล้ามเนื้อเพิ่มหรอก จำไว้!
จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จ ในการสร้างกล้ามเนื้ออย่างยั่งยืน มักจะพบจุดสมดุลระหว่าง ความหนักที่เหมาะสมกับร่างกาย และการฟื้นตัวส่วนบุคคล
หลายคนพบว่าการ “พักสายตา” จากน้ำหนักมากๆ แล้วกลับมาเน้นเทคนิค และความรู้สึกของกล้ามเนื้อชั่วคราว เมื่อร่างกายฟื้นตัวดีแล้วจึงค่อยกลับไปยกน้ำหนักที่ท้าทายขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บเรื้อรัง และทำให้การเดินทางในสายเวทเทรนนิ่งยาวนาน และมีความสุขกว่าการพยายามทำลายสถิติทุกสัปดาห์
ตารางซ้อมที่ดีที่สุด คือตารางที่คุณทำตามได้จริงและสม่ำเสมอ
เวย์โปรตีนมันก็แค่อาหารเสริม! อาหารหลักสำคัญกว่าเยอะ ไปซื้อไข่ไก่ อกไก่ มาตุนไว้ก่อนเลย แล้วเย็นนี้ลากสังขารไปยิมซะ เริ่มจากท่าเปล่าๆ หรือดัมเบลเบาๆ ก็ได้ ขอแค่เริ่ม! อย่าให้ความเชื่อผิด ๆ เรื่องอาหารเสริมมาเป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นของคุณ สิ่งที่กล้ามเนื้อต้องการจริง ๆ คือ โปรตีน และพลังงานที่เพียงพอต่อการซ่อมแซม
การสร้างกล้ามเนื้อมันเหมือนการปลูกต้นไม้ ไม่ใช่ปลูกถั่วงอก วันนี้คุณอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อเถอะว่าใต้ผิวหนังนั้น ร่างกายคุณกำลังก่อร่างสร้างตัวอยู่ อดทน มีวินัย และรักในกระบวนการ วันหนึ่งคุณจะส่องกระจกแล้วยิ้มให้กับความพยายามของตัวเอง ไปค่ะ! ไปยกเหล็กให้โลกจำ!

