ดูแลแผลสัตว์ ที่ถูกกัด ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ต้องรู้

ดูแลแผลสัตว์ ที่ถูกกัด

ดูแลแผลสัตว์ ที่ถูกกัด อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะระวังแค่ไหน แค่เสี้ยววินาทีที่สุนัขเจ้าถิ่นพุ่งเข้ามา หรือแมวข้างบ้านกระโดดใส่ ก็อาจเกิดแผลฉกรรจ์ได้ และสิ่งที่น่ากลัวกว่าแผล คือการติดเชื้อที่ลุกลามจนถึงชีวิต การรู้วิธีจัดการกับแผลสดอย่างถูกวิธีและทันท่วงที จึงไม่ใช่แค่เรื่องรู้ไว้ใช่ว่า แต่มันคือทักษะช่วยชีวิตที่ต้องมีติดตัว

  • แผลแค่ไหนที่ต้องวิ่งไปหาหมอทันที
  • ทำไมห้ามใช้แอลกอฮอล์ราดแผลสด
  • วัคซีนฉีดไปแล้วต้องฉีดกระตุ้นอีกไหม

บทเรียนราคาแพงที่ไม่อยากให้ใครซ้ำรอย

ช่วงปี 2018 ถึง 2020 เรามักจะได้ยินคำแนะนำโบราณๆ อย่าง เอาผงขมิ้นโปะ หรือ ปล่อยให้มันเลียแผลเดี๋ยวก็หาย ซึ่งลูซี่บอกเลยว่ามันคือความเชื่อที่อันตรายมาก ในยุคนั้นการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยงยังไม่กว้างขวางเท่าตอนนี้ หลายเคสที่ดูเหมือนแผลเล็กนิดเดียว แต่สุดท้ายต้องตัดขาทิ้งหรือเสียชีวิตเพราะเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ หรือ Necrotizing Fasciitis

แต่พอมาถึงปี 2025 วิทยาการก้าวหน้าไปไกล เรามีความรู้เรื่องเชื้อโรคในน้ำลายสุนัขและแมวมากขึ้น รู้ว่ามันมีแบคทีเรียเป็นล้านตัวที่พร้อมจะเข้าสู่กระแสเลือดทันทีที่ผิวหนังฉีกขาด การเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลตาม คู่มือดูแล ระหว่างเดินทาง จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคนรักสัตว์ที่ต้องมีติดรถไว้เสมอ ไม่ต่างกับยางอะไหล่เลยล่ะ

แผลแค่ไหนที่ต้องวิ่งไปหาหมอทันที

นี่คือจุดวัดใจที่หลายคนพลาด ถ้าเป็นรอยขีดข่วนตื้นๆ แค่ถลอกปอกเปิก ไม่มีเลือดไหลซึม เราอาจจะพอล้างแผลเองได้ แต่ถ้าเจอรอยเขี้ยวเจาะลึกลงไป หรือที่เรียกว่า Puncture Wound แม้ปากแผลจะดูเล็กนิดเดียว แต่อย่าได้วางใจเด็ดขาด เพราะเขี้ยวสัตว์มันแหลมและยาว มันสามารถนำเชื้อโรคลงไปฝังลึกถึงกล้ามเนื้อหรือเยื่อหุ้มกระดูกได้ โดยที่เรามองไม่เห็นจากภายนอก (1 กุมภาพันธ์ 2025) [1]

ยิ่งถ้าเป็นแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ เลือดพุ่งเป็นจังหวะชีพจร หรือแผลที่อยู่บริเวณคอ หน้าอก และช่องท้อง อันนี้ไม่ต้องคิดเยอะ ห้ามเลือดเบื้องต้นแล้วบิ่งรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพราะอาจมีอวัยวะภายในฉีกขาดร่วมด้วย การเสียเวลามานั่งล้างแผลเองอาจหมายถึงชีวิตลูกเรา

ทำไมห้ามใช้แอลกอฮอล์ราดแผลสด

ความเชื่อผิดๆ ที่ฝังหัวคนไทยมานานคือ แผลสดต้องราดแอลกอฮอล์จะได้ฆ่าเชื้อ ลูซี่ขอบอกเลยว่า ห้ามทำเด็ดขาด กับแผลสัตว์เลี้ยง เพราะแอลกอฮอล์มันมีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายช้าและแสบทรมานจนสัตว์อาจช็อกได้ (20 พฤศจิกายน 2025) [2]

สิ่งที่ควรใช้คือน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือถ้ารีบจริงๆ น้ำสะอาดจากขวดน้ำดื่มที่เรากินนี่แหละ ดีที่สุดในการชะล้างสิ่งสกปรกออกจากแผลโดยไม่ระคายเคือง

ข้อเท็จจริงจาก Cornell University

มหาวิทยาลัยคอร์เนล สถาบันสัตวแพทย์ชั้นนำของโลก ระบุว่า การปล่อยให้สัตว์เลียแผลตัวเอง เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะลิ้นสัตว์เต็มไปด้วยแบคทีเรีย และการเลียจะทำให้แผลเปียกชื้นตลอดเวลา ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีที่สุด แถมแรงเสียดสีจากลิ้นที่สากๆ ยังไปเปิดปากแผลให้กว้างขึ้นและอักเสบกว่าเดิมอีกด้วย (1 กรกฎาคม 2025) [3]

อุบัติเหตุจากการถูกกัดพุ่งสูงช่วงเทศกาล

สถิติจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อและเครือข่ายพันธมิตร ช่วงปี 2021 ถึง 2023 ชี้ให้เห็นว่า ยอดการรับรักษาสัตว์เลี้ยงที่ถูกกัดเพิ่มสูงขึ้นถึง 200 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะเคส สุนัขเล็กถูกสุนัขใหญ่กัด ซึ่งมักเกิดจากการที่เจ้าของพาไปเที่ยวในที่คนพลุกพล่านแล้วดูแลไม่ทั่วถึง

นอกจากเรื่องความพลุกพล่านแล้ว ลูซี่อยากให้ระวัง เจ้าถิ่น ตามจุดพักรถหรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติด้วยนะจ๊ะ เพราะช่วงเทศกาลกลิ่นอายของสัตว์แปลกหน้าจะฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้สุนัขเจ้าถิ่นรู้สึกถูกคุกคามอาณาเขตและอาจพุ่งเข้าจู่โจมได้ทันที

และที่น่ากลัวไม่แพ้กันคืออุบัติเหตุที่เกิดจาก คนในบ้านเดียวกัน ค่ะ บ่อยครั้งที่สัตว์เลี้ยงเกิดอาการหงุดหงิดจากเสียงประทัด เสียงเพลงดังๆ หรือความเครียดจากการเดินทาง จนเกิดการทะเลาะกันเองในกลุ่มเพื่อนฝูงสี่ขาที่เคยรักกันดี ดังนั้นในช่วงเทศกาล ลูซี่ขอเน้นย้ำว่าต้องแยกโซนหรือจับตาดูพฤติกรรมลูกรักให้ดีเป็นสองเท่าเลยนะ

ขั้นตอนการปฐมพยาบาล ฉบับมือโปรทำเองได้

ดูแลแผลสัตว์ ที่ถูกกัด

ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ลูซี่ขอให้ทุกคนตั้งสติแล้วทำตามสเต็ปนี้ หนึ่ง ควบคุมสัตว์ให้ได้ก่อน ถ้าเขาเจ็บเขาอาจจะกัดเราได้ ให้ใช้ผ้าคลุมหัวหรือใส่ตะกร้อครอบปากถ้ามี สอง ห้ามเลือด ถ้าเลือดไหลไม่หยุด ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดลงไปบนปากแผลแน่นๆ ห้ามเช็ดถูเด็ดขาด กดค้างไว้อย่างน้อย 5 นาที

สาม ล้างแผล เมื่อเลือดหยุดไหลหรือไหลน้อยลง ให้ใช้น้ำเกลือฉีดล้างเศษดิน เศษขน หรือน้ำลายสัตว์อื่นออกจากแผลให้หมด สี่ ใส่ยาฆ่าเชื้อ ใช้เบตาดีนสำหรับใส่แผลสดหยดลงไป หรือใช้ยาพ่นแผลสำหรับสัตว์โดยเฉพาะ ห้า ปิดแผล ถ้าแผลใหญ่ให้ปิดด้วยผ้าก๊อซหลวมๆ เพื่อกันแมลงวันตอมระหว่างเดินทางไปหาหมอ

คอลลาร์กันเลีย ไอเทมกันตายที่ห้ามลืม

หลังจากทำแผลเสร็จ สิ่งที่สำคัญกว่ายาคือ คอลลาร์ (Elizabethan Collar) หรือลำโพงกันเลีย ต้องใส่ทันทีและห้ามถอดเด็ดขาดจนกว่าแผลจะแห้งสนิท เพราะแค่เสี้ยววินาทีที่เราเผลอ ลูกเราอาจจะไปกัดไหมที่เย็บไว้จนแผลแตก หรือเลียจนติดเชื้อซ้ำซ้อน ซึ่งจะทำให้การรักษาที่ผ่านมาสูญเปล่าทั้งหมด

เดี๋ยวนี้คอลลาร์เขามีพัฒนาการไปไกลแล้วนะจ๊ะ ไม่ได้มีแค่แบบพลาสติกแข็งๆ ที่ใส่แล้วเดินชนกังวานไปทั้งบ้านอย่างเดียวแล้ว ลูซี่แนะนำว่าถ้าต้องพาลูกเที่ยวหลังโดนกัด ลองมองหา คอลลาร์แบบนุ่ม หรือ คอลลาร์แบบโดนัท ที่น้ำหนักเบาและยืดหยุ่นกว่าดูค่ะ

เพราะนอกจากจะช่วยกันเลียได้ดีเหมือนเดิมแล้ว ยังช่วยให้ลูกรักนอนหลับพักผ่อนระหว่างเดินทางได้สบายขึ้น ไม่ติดขัดเวลาเข้ากรงหรือขึ้นรถ แต่ต้องเช็คให้ชัวร์นะว่าความยาวของคอลลาร์ยาวพ้นปลายจมูกเขาจริงๆ ไม่งั้นความพยายามในการกันเลียจะกลายเป็นศูนย์ในพริบตาจ้ะ

วัคซีนฉีดไปแล้วต้องฉีดกระตุ้นอีกไหม

ถ้าลูกเราเคยฉีดวัคซีนครบตามกำหนดแล้ว และโดนกัดมา แนะนำให้พาไปฉีดกระตุ้นซ้ำ (Booster) อีกเข็มทันทีเพื่อความชัวร์ เพราะเราไม่รู้ประวัติของหมาที่มากัด และเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่อาจจะหลุดรอดเข้ามา

สิ่งที่ต้องจำให้แม่นคือ กฎ 48 ชั่วโมง ค่ะ ลูซี่อยากบอกว่าการฉีดกระตุ้นวัคซีนพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักภายใน 2 วันหลังเกิดเหตุ คือช่วงเวลาทองที่เห็นผลดีที่สุด แม้ลูกเราจะฉีดประจำปีมาแล้วก็ตาม เพราะเชื้อพิษสุนัขบ้าถ้าแสดงอาการเมื่อไหร่คือเสียชีวิต 100% ไม่มีทางแก้

การฉีดกระตุ้นจึงเป็นการสร้างเกราะป้องกันชั้นที่สองที่ช่วยให้อุ่นใจได้มากกว่า ยิ่งถ้าโดนกัดในพื้นที่ห่างไกลที่ประวัติสัตว์เจ้าถิ่นไม่ชัดเจน การเข้าหาคุณหมอเพื่อขอรับวัคซีน Booster คือสิ่งที่ลูซี่ถือเป็นกฎเหล็กห้ามละเลยเด็ดขาดเลยล่ะค่ะ

น้ำผึ้งแท้ ช่วยสมานแผลได้จริงหรือ

อันนี้เป็นภูมิปัญญาที่วิทยาศาสตร์รองรับ น้ำผึ้งแท้ 100% (Medical Grade Manuka Honey ยิ่งดี) มีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรียและช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ถ้าเป็นแผลถลอกตื้นๆ หรือแผลเปื่อย การทาน้ำผึ้งบางๆ ช่วยได้จริง แต่ต้องระวังมดขึ้นและต้องพันแผลให้ดีนะ

พลาสเตอร์ปิดแผลอัจฉริยะ 2026-2027

อนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็น Smart Bandage ที่เปลี่ยนสีได้เมื่อตรวจพบการติดเชื้อในแผลสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของรู้ทันทีว่าแผลเริ่มมีปัญหาโดยไม่ต้องรอให้มีหนองไหล เป็นนวัตกรรมที่ลูซี่ตั้งตารอคอยมากๆ

บทสรุปการเตรียมพร้อม ดูแลแผลสัตว์ ที่ถูกกัด

สรุปสุดท้าย การรู้วิธี ดูแลแผลสัตว์ ที่ถูกกัด คือการซื้อเวลาชีวิตให้กับลูกรัก การมีชุดปฐมพยาบาลติดตัวและการมีสติในทุกสถานการณ์ คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่เราจะมอบให้เขาได้ ลูซี่ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย และขอให้ชุดปฐมพยาบาลที่เตรียมไป ไม่ต้องถูกหยิบออกมาใช้เลยจะดีที่สุด

ยาคนเอามาใช้กับสัตว์ได้ไหม

ยาฆ่าเชื้อแบบกินของคน ห้ามซื้อมาป้อนเองเด็ดขาด เพราะโดสยาของคนกับสัตว์ต่างกันมาก และบางชนิดเป็นพิษกับตับไตสัตว์ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ทำแผลภายนอก เช่น น้ำเกลือ ผ้าก๊อซ เบตาดีน สามารถใช้ของคนได้เลย ไม่มีปัญหา

บทสรุปส่งท้ายก่อนเดินทาง

อุบัติเหตุป้องกันได้ถ้าเราไม่ประมาท แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว ความรู้ที่เรามีจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ดูแลตัวเองและลูกๆ ให้ดีนะทุกคน ขอให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่คราบน้ำตา

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง