



ดูแลลำไส้ เพื่อการดูดซึม คือเรื่องคอขาดบาดตายที่คนส่วนใหญ่มองข้ามแบบไม่น่าให้อภัย กินเวย์กระปุกละห้าพัน กินวิตามินเป็นกำๆ แต่ถ้าลำไส้เน่า มันก็เหมือนเทน้ำลงทราย หายวับไปกับตา เหนื่อยเปล่าและเสียดายของสุดๆ หยุดบ้าพลังแล้วมาฟังทางนี้
เคยสังเกตตัวเองไหมว่าทำไมกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน หรือบางคนกินนิดเดียวก็บวมเหมือนอึ่งอ่าง โอ๊ย มันน่าหงุดหงิดชะมัดเลยว่าไหม อุตส่าห์คุมอาหารแทบตาย นับแคลอรี่จนตาเหลือก แต่พุงยังป่อง หน้ายังบวม ผิวพรรณก็หมองคล้ำเหมือนโดนของ ถ้าคุณเป็นแบบนี้ บอกเลยว่าหยุดโทษกรรมพันธุ์ หยุดโทษฟ้าฝน แล้วหันมามองที่ท้องตัวเองเดี๋ยวนี้เลย
จำยุค 1990s ได้ไหม? ยุคนั้นเป็นอะไรที่ตลกบัดซบมาก กระแส นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม ครองเมือง โฆษณากรอกหูทุกวันว่ามีจุลินทรีย์ตัวดี กินแล้วขับถ่ายคล่อง ผิวสวย เราก็หน้ามืดตามัวซื้อกินกันเป็นลังๆ โดยหารู้ไม่ว่าไอ้ขวดเล็กๆ นั่นน่ะ น้ำตาลปาเข้าไปครึ่งขวด กินเข้าไปนอกจากจุลินทรีย์จะตายเรียบเพราะน้ำตาลแล้ว เรายังได้ของแถมเป็นเบาหวานและพุงกะทิอีกต่างหาก
และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่คุณต้องตระหนัก การมีความรู้เรื่อง กินฉลาด ฉบับนักกีฬา มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกอกไก่หรือไข่ต้ม แต่มันลึกลงไปถึงกระบวนการย่อยและการดูดซึม ถ้าคุณเข้าใจตรงนี้ คุณจะประหยัดเงินค่าอาหารเสริมไปได้เป็นแสน เชื่อฉันสิ
ในท้องเราไม่ได้มีแค่อาหารนะจ๊ะ แต่มันมีสมรภูมิรบอยู่ มันคือสงครามระหว่างจุลินทรีย์ตัวดีและตัวร้าย หรือที่เรียกว่า Microbiome ถ้าฝ่ายดีชนะ การดูดซึมสารอาหารก็จะลื่นไหลเหมือนรถสปอร์ตบนทางด่วน วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน ถูกดึงไปใช้สร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมร่างกายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย (26 เมษายน 2024) [1]
แต่ถ้าฝ่ายร้ายชนะเพราะคุณกินแต่น้ำตาล กินแต่ของทอด กินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ เตรียมตัวรับหายนะได้เลย ลำไส้คุณจะอักเสบ ผนังลำไส้บางลง จนเกิดภาวะลำไส้รั่ว
คิดว่าการถ่ายท้องบ่อยๆ คือดี? ตลกสิ้นดี หลายคนเข้าใจว่ากินยาถ่าย หรือกินชาดีท็อกซ์แล้วขี้พุ่งจู๊ดๆ คือการล้างลำไส้ ขอโทษนะ นั่นมันคือการทำร้ายตัวเองชัดๆ การบังคับให้ร่างกายขับถ่ายโดยที่มันไม่พร้อม คือการกวาดเอาทั้งของเสียและจุลินทรีย์ตัวดีออกไปจนเกลี้ยง ลำไส้จะขี้เกียจ ไม่ยอมทำงานเอง สุดท้ายก็กลายเป็นคนธาตุแข็ง ถ่ายเองไม่ได้ ต้องพึ่งยาตลอดชีวิต เจ็บปวดไหมล่ะ (4 กันยายน 2017) [2]
ข้ามมาดูช่วงปี 2010 ถึง 2015 กันบ้าง ยุคนี้ก็น่ารำคาญไม่แพ้กัน กระแส Detox Tea มาแรงแซงทางโค้ง ดารา นางแบบ ถือแก้วชาเก๋ๆ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม บอกว่ากินแล้วพุงยุบ หุ่นดี เราก็แห่ซื้อตามกันแพงหูฉี่ ทั้งที่ความจริงแล้วส่วนผสมหลักมันคือ มะขามแขก หรือสมุนไพรฤทธิ์ระบายรุนแรง กินเข้าไปแล้วปวดบิดทรมานเหมือนไส้จะขาด นั่งเฝ้าห้องน้ำทั้งวัน
พุงยุบจริงแหละ แต่มันยุบเพราะเสียน้ำ ไม่ใช่เสียไขมัน พอหยุดกินปุ๊บ บวมเป่งกว่าเดิม นี่แหละคือความเขลาของมนุษย์ที่อยากหาทางลัด โดยไม่สนวิธีการเว็บสุขภาพชื่อดังอย่าง Mayo Clinic เคยออกมาเตือนเรื่องการใช้ยาระบายเพื่อลดความอ้วน ว่ามันอันตรายถึงชีวิต และทำลายระบบลำไส้ถาวร ลองไปหาอ่านดู

มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่มันคือวาระแห่งชาติของคนรักสุขภาพ บอกตรงๆ นะ ฉันเคยผ่านจุดที่กินเท่าไหร่ก็ไม่โต เล่นเวทหนักแทบตายกล้ามไม่ขึ้น เพราะลำไส้พังจากการกินมั่วซั่ว พอหันมาโฟกัสเรื่องนี้จริงจัง ชีวิตเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ อาการท้องอืดหายไป สิวที่คางหายเกลี้ยง พละกำลังในการยกเวทเพิ่มขึ้นแบบงงๆ เพราะร่างกายมันได้รับพลังงานเต็มที่ไงล่ะ (9 มกราคม 2023) [3]
ช่วงปี 2018 ถึง 2020 คือยุคตาสว่างของจริง ช่วงนี้เทรนด์ อาหารหมักดอง กลับมาทวงบัลลังก์ กิมจิ คอมบูชา นัตโตะ โยเกิร์ตกรีก กลายเป็นของฮิตติดตู้เย็น ไม่ใช่เพราะแฟชั่น แต่งานวิจัยมันตีแผ่ออกมาแล้วว่า อาหารพวกนี้แหละคือแหล่ง Probiotics ธรรมชาติที่ดีที่สุด
ไม่ต้องไปซื้อยาเม็ดแพงๆ กิน คนเริ่มตระหนักว่า สุขภาพที่ดีเริ่มที่ลำไส้ เราเริ่มเห็นนักกีฬาถือขวดคอมบูชาแทนน้ำอัดลม มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่โคตรดี
และถ้าคุณอยากจะไปให้สุดในเส้นทางนี้ การดูแลลำไส้คือพื้นฐานสำคัญของ ระบบกีฬา สู่ความเป็นเลิศ นักกีฬาระดับโลกเขาไม่ได้วัดกันแค่ที่กล้ามใหญ่ แต่วัดกันที่ใครฟื้นตัวเร็วกว่า และลำไส้ที่ดีคือหัวใจของการฟื้นฟู เพราะมันช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ชะงัดนัก
รู้ไหมว่าในช่วงปี 2022 ถึง 2024 งานวิจัยเรื่อง Gut Brain Axis มาแรงมาก ข้อมูลจาก BBC Health ระบุว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของฮอร์โมนเซโรโทนิน (ฮอร์โมนความสุข) ถูกสร้างที่ลำไส้ แม่เจ้า นั่นหมายความว่า ถ้าลำไส้คุณแย่ คุณก็จะเครียด หงุดหงิด ซึมเศร้า และนอนไม่หลับ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้คอร์ติซอลพุ่ง และลงพุงในที่สุด เห็นความเชื่อมโยงหรือยัง ทุกอย่างมันเกี่ยวกันหมด
ฟังนะ สิ่งที่ยากที่สุดของการดูแลลำไส้ คือการเลิกตามใจปาก เราอยู่ในยุคที่อาหารแปรรูปครองเมือง เดินไปทางไหนก็เจอแต่ไส้กรอก ขนมถุง น้ำหวาน ซึ่งพวกนี้คือยาพิษสำหรับจุลินทรีย์ตัวดี
สิ่งที่ฉันค้นพบคือ การเติมอาหารของจุลินทรีย์ เข้าไปสำคัญพอๆ กับการเติมตัวจุลินทรีย์เอง กินกล้วย หอมหัวใหญ่ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง เข้าไปเยอะๆ ให้จุลินทรีย์มันมีข้าวกิน มันจะได้แข็งแรงและทำงานให้เราอย่างถวายหัว อีกอย่างที่สำคัญคือการเคี้ยว เชื่อไหมว่าแค่เคี้ยวให้ละเอียดขึ้น กระเพาะและลำไส้ก็ทำงานเบาลงครึ่งนึงแล้ว การดูดซึมก็ดีขึ้นทันตาเห็น
ดูแลลำไส้ เพื่อการดูดซึม ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือทางรอดสำหรับคนที่อยากมีสุขภาพดีแบบยั่งยืน มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อเวย์เพิ่ม ไม่ต้องซื้อวิตามินเพิ่ม แค่ดูแลท่อส่งอาหารของคุณให้สะอาดและแข็งแรง ร่างกายคุณจะรีดประสิทธิภาพจากอาหารธรรมดาๆ ออกมาได้เหมือนยาวิเศษ
จะยอมเสียเงินซื้ออาหารเสริมมากินแล้วขี้ทิ้งไปวันๆ หรือจะหันมาใส่ใจดูแลโรงงานแปรรูปพลังงานในท้องของคุณ? คำตอบมันอยู่ที่คุณเลือก ถ้าเลือกทางที่ถูก คุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน ท้องจะโล่ง ตัวจะเบา สมองจะแล่น และที่สำคัญ หุ่นคุณจะพัฒนาไปไวแบบติดเทอร์โบ
เริ่มมื้อต่อไปเลย โยนชานมไข่มุกทิ้งไป แล้วเดินไปหยิบโยเกิร์ต รสธรรมชาติ มากินซะ ตักกิมจิมากินแกล้มข้าว เพิ่มผักใบเขียวในทุกมื้อ ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น และที่สำคัญ เลิกกินยาถ่ายพร่ำเพรื่อ ให้เวลาร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง เชื่อเถอะว่า ลำไส้ของคุณมันฉลาดกว่าที่คุณคิด ดูแลมันดีๆ แล้วมันจะตอบแทนคุณด้วยสุขภาพที่แข็งแกร่งและหุ่นที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา ลุย

