ดำน้ำลึกงบเท่าไหร่ เตรียมเงินแค่ไหนถึงจะได้เป็นมนุษย์กบ

ดำน้ำลึกงบเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการเรียนดำน้ำลึกระดับเริ่มต้น (Open Water) จะอยู่ที่ประมาณ 9,000 – 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถาบันและสถานที่เรียน ส่วนปัญหาที่หลายคนอยากดำน้ำ แต่กลัวงบบานปลายนั้น แก้ไขได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้า ถ้าอยากรู้ว่า ดำน้ำลึกงบเท่าไหร่กันแน่ แบบเจาะลึกทุกไอเทม ตามมาดูกันเลย

  • ราคาเรียนดำน้ำ Open Water
  • เปรียบเทียบ PADI กับ SSI
  • ค่าเช่าอุปกรณ์ Scuba

เจาะลึกค่าเรียนและใบอนุญาตสำหรับมือใหม่ มีอะไรบ้าง?

  • ค่าใช้จ่ายก้อนแรกสุดสำคัญ: เงินก้อนแรกที่ต้องจ่ายคือค่าคอร์สเรียน เพื่อสอบใบอนุญาตนักดำน้ำระดับเริ่มต้น (Open Water) ซึ่งถ้าสอบผ่านแล้ว จะสามารถนำใบนี้ไปยื่นใช้ดำน้ำลึกได้ทั่วโลกเลย
  • จ่ายทีเดียวได้อะไรครบๆ: สบายใจได้เลยเพราะราคาค่าเรียนส่วนใหญ่ จะจ่ายเป็นแพ็กเกจรวมมาให้หมดแล้ว ทั้งพาร์ทเรียนทฤษฎี พาร์ทฝึกซ้อมลงสระว่ายน้ำ และพาร์ทออกทริปสอบภาคสนามของจริงในทะเล
  • ทางเลือกตามความคุ้มค่า: รูปแบบการเรียนจะแบ่งออกเป็นหลายแบบ ตามงบประมาณและเวลาที่สะดวก ซึ่งแต่ละแบบก็มีความคุ้มค่า และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

ที่มา: การได้รับใบอนุญาตดำน้ำมีค่าใช้จ่ายเท่าไร? (6 มีนาคม 2024) [1]

เปรียบเทียบชัดๆ เรียนกรุงเทพ vs ไปเรียนเกาะเต่า

  • เรียนในกรุงเทพฯ เน้นสะดวก ประหยัดวันลา: ค่าเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 12,000 – 15,000 บาท ตอบโจทย์คนทำงานประจำสุดๆ เพราะแวบไปเรียนทฤษฎีและลงสระวันเสาร์-อาทิตย์ได้เลย ไม่ต้องลางานยาวๆ
  • พิกัดสอบใกล้กรุง: พอเรียนในเมืองเสร็จ ตอนสอบภาคทะเลก็นั่งรถชิลๆ ไปสอบแถว พัทยา หรือ แสมสาร แต่แอบกระซิบว่าความสวยงามและทัศนวิสัยใต้น้ำ อาจจะไม่สวยว้าวเท่าฝั่งทะเลใต้หรืออ่าวไทยตอนลึกนะ
  • บินไปเรียนที่เกาะเต่า เซฟเงินในกระเป๋าเพิ่ม: แหล่งผลิตนักดำน้ำระดับโลกที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคาค่าเรียนถูกกว่าแบบเห็นๆ อยู่ที่ประมาณ 9,000 – 11,000 บาท แถมหลายๆ โรงเรียนยังมีโปรเด็ดพ่วงที่พักให้ฟรีอีกด้วย
  • ได้ฟีลเที่ยวพักร้อนแบบจัดเต็ม: ถือโอกาสหนีความวุ่นวายไปติดเกาะ สัมผัสบรรยากาศทะเลใสๆ ถ้าเพื่อนๆ กำลังแพลนหาไอเดียว่า พักผ่อนชิลๆ วันหยุดยาวไปไหนดี การเลือกไปเก็บใบอนุญาตดำน้ำที่นี่คือตอบโจทย์ ได้ทั้งวิชาติดตัวและได้เที่ยวฮีลใจไปพร้อมกัน คุ้มค่าเงินทุกบาทแน่นอน

สถาบัน PADI และ SSI ต่างกันไหม เลือกอะไรดี

  • มาตรฐานระดับโลก ไปได้ทั่วโลกเหมือนกัน: ทั้งสองค่ายคือตัวท็อปของวงการที่ใช้มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันเป๊ะ เรียนจบจากค่ายไหนก็สอยใบอนุญาตไปยื่นดำน้ำได้ทั่วโลกเหมือนกัน ไม่มีใครปัดตกแน่นอน
  • ต่างกันแค่สไตล์และราคา: จุดต่างหลักๆ อยู่ที่โครงสร้างหลักสูตรและค่าใช้จ่าย โดยฝั่ง SSI ส่วนใหญ่จะราคาเบากว่า PADI อยู่ประมาณ 1,000 – 2,000 บาท เพราะระบบการเรียนออนไลน์ของเขาทำต้นทุนมาได้เข้าถึงง่ายกว่า
  • เน้นคุ้มค่าไป SSI แต่อย่าลืมดูหน้างาน: ถ้าเน้นประหยัดงบเพื่อเอาเงินไปโปะค่าทริป เลือก SSI คือตอบโจทย์ความคุ้มค่าที่สุด แต่สุดท้ายไม่ว่าจะค่ายไหนก็สนุก และปลอดภัยเหมือนกัน ให้เลือกตามที่ใจชอบหรือดูครูผู้สอนที่ถูกชะตาได้เลย (19 สิงหาคม 2017) [2]

ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องระวัง

  • ค่าเดินทางและที่พักตอนสอบภาคทะเล: บางโรงเรียนในกรุงเทพฯ ไม่ได้รวมค่าที่พักและค่าเดินทางไปต่างจังหวัด ต้องเตรียมเงินเผื่อไว้ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท
  • ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ: เวลาไปออกทริปสอบในเขตอุทยานทางทะเล จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 400 บาท ต่อวัน
  • ค่าทิปเด็กเรือ: ตามธรรมเนียมการออกเรือ มักจะมีการให้ทิปสตาฟเรือประมาณ 100 – 200 บาท ต่อวัน

วิธีประหยัดงบเรียนแบบคนฉลาดเลือก

  • จับคู่ไปเรียนกับเพื่อน: ปกติโรงเรียนดำน้ำจะมีโปรโมชั่นมาเป็นคู่ลดราคาพิเศษไปอีก 10 – 15%
  • ไปเรียนช่วง Low Season: ช่วงหน้าฝนหรือนอกฤดูท่องเที่ยว มักจะมีโปรโมชั่นค่าเรียนและค่าที่พักถูกลงมาก
  • เดินงานแฟร์ท่องเที่ยว: งานมหกรรมดำน้ำ (TDEX) มักจะมีโปรลดราคาค่าคอร์สเรียนแบบหั่นแหลก

ออกทริปครั้งแรกหลังเรียนจบ ต้องเตรียมงบอีกเท่าไหร่

ดำน้ำลึกงบเท่าไหร่

พอเรียนจบได้บัตรแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาออกไปลุยโลกใต้น้ำของจริง การออกทริปหรือที่เรียกกันว่า Fun Dive จะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ คือค่าเรือ ค่าไดฟ์ลีดเดอร์ (คนนำดำน้ำ) และค่าเช่าอุปกรณ์ ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตามโซนทะเลที่เราเลือกไปเที่ยว

  • ถ้างบจำกัดและไม่อยากเดินทางไกล การไปดำน้ำโซนภาคตะวันออกอย่าง แสมสาร หรือ เกาะช้าง จะตกอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 3,500 บาท ต่อวัน (ราคานี้รวมดำน้ำ 2-3 รอบแล้ว) แต่ถ้าอยากได้น้ำใสๆ ปะการังแน่นๆ
  • ฝั่งทะเลอันดามันอย่าง ภูเก็ต หรือ เกาะหลีเป๊ะ ค่าทริปจะขยับขึ้นมาที่ 3,500 – 5,000 บาท ต่อวัน ใครที่ชอบสำรวจธรรมชาติแบบไม่ซ้ำใคร และกำลังมองหา รวมที่เที่ยวลับ สายธรรมชาติ ใต้น้ำทะเลไทยมีจุดดำน้ำสวยๆ ให้ตามไปเก็บเพียบเลย

ซื้ออุปกรณ์เอง หรือ เช่าดีกว่ากัน?

นี่คือคำถามโลกแตกที่นักดำน้ำมือใหม่ทุกคนต้องเจอ ถ้าเรายังดำน้ำไม่บ่อย (ปีละ 1-2 ทริป) การเช่าอุปกรณ์จากร้านดำน้ำ คือทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ค่าเช่าแบบครบเซตจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 800 บาท ต่อวัน ไม่ต้องแบกให้หนักและไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาด้วย

แต่ถ้าเริ่มติดใจและคิดว่าจะไปดำน้ำบ่อยๆ แนะนำให้เริ่มซื้ออุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ส่วนตัวก่อน เช่น หน้ากากดำน้ำ ราคาประมาณ 1,500 – 3,000 บาท และ ไดฟ์คอมพิวเตอร์ ราคาประมาณ 7,000 – 10,000 บาท เพราะเป็นเรื่องของสุขอนามัยและความปลอดภัยส่วนบุคคล ส่วนของชิ้นใหญ่แพงๆ เอาไว้ดำเก่งแล้วค่อยถอยก็ยังไม่สาย (5 ตุลาคม 2025) [3]

ไปกับร้านทัวร์ดำน้ำ vs จัดทริปไปเอง

การซื้อแพ็กเกจทัวร์ดำน้ำแบบเบ็ดเสร็จกับร้านที่เราไปเรียนมา ข้อดีคือความสะดวกสบาย จ่ายก้อนเดียวจบ มีครูที่คุ้นเคยคอยดูแลตลอดทริป ไม่ต้องปวดหัวเรื่องหาร้านท้องถิ่น เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่ยังกังวลเรื่องการเตรียมตัว

ส่วนการจองตั๋วเครื่องบินไปลงพื้นที่แล้วไปหาซื้อทริปแบบ Day Trip กับร้านดำน้ำโลคอลที่นั่น วิธีนี้จะประหยัดงบได้มากกว่าประมาณ 15 – 20% เลย แถมยังยืดหยุ่นในการเลือกวันพักผ่อนได้ด้วย เหมาะกับคนที่มีชั่วโมงบินการดำน้ำมาบ้างแล้วและต้องการคุมงบให้อยู่หมัด

บทสรุป งบประมาณการเป็นนักดำน้ำ

สรุปแล้วสำหรับมือใหม่ที่อยากรู้ว่าต้องเตรียมงบแค่ไหน เตรียมเงินไว้ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท ก็เพียงพอสำหรับการเรียนจบหลักสูตร และออกทริปครั้งแรกแบบสนุกๆแล้ว การดำน้ำไม่ใช่กีฬาที่แพงจนเกินเอื้อม หากเราวางแผนเลือกสถานที่เรียนและจัดการงบอย่างชาญฉลาด

เคลียร์ให้ชัด 3 เรื่องคาใจของมือใหม่

  • คำถาม: คนว่ายน้ำไม่แข็ง สามารถเรียนดำน้ำลึกได้ไหม?
  • คำตอบ: เรียนได้ ขอแค่ลอยตัวในน้ำได้และไม่กลัวน้ำ เพราะเราใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจตลอดเวลา
  • คำถาม: คนสายตาสั้นมาก จะมองเห็นใต้น้ำได้อย่างไร?
  • คำตอบ: สามารถใส่คอนแทคเลนส์รายวัน หรือซื้อหน้ากากดำน้ำแบบเปลี่ยนเลนส์สายตามาใช้ได้
  • คำถาม: เรียน Open Water ใช้เวลาทั้งหมดกี่วัน?
  • คำตอบ: โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาเรียนทฤษฎี ลงสระ และสอบภาคทะเล รวมทั้งหมด 3 – 4 วัน

กฎเหล็กใต้น้ำ อย่าหาทำถ้าไม่อยากเจ็บตัว

การดำน้ำมีความเสี่ยงเรื่องโรคน้ำหนีบ (Decompression Sickness) สถิติพบว่านักดำน้ำ 1 ใน 10,000 คน มีโอกาสเกิดอาการนี้หากทำผิดกฎการพักน้ำ ดังนั้นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของไดฟ์คอมพิวเตอร์อย่างเคร่งครัด และห้ามขึ้นเครื่องบินภายใน 18 – 24 ชั่วโมง หลังดำน้ำเสร็จเด็ดขาด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง