



หยิบนาฬิกาดำน้ำที่ดังที่สุดในโลกอย่าง ซับมารีนเนอร์ มาตั้งโต๊ะคุยกันแบบเจาะลึก ว่าถ้างบเท่ากันควรพุ่งเป้าไปที่ความเก๋าหรือความใหม่ถึงจะตอบโจทย์ที่สุด สรุปสั้นๆ คือ ถ้ารักเสน่ห์คลาสสิกที่ราคาเริ่มตีตื้นให้เลือกขอบฟิล์ม แต่ถ้าเน้นใส่ลุยและต้องการเทคโนโลยีล่าสุดต้องไปขอบเซรามิกเท่านั้น แล้วถ้าเจาะลึกไปถึงมูลค่าในตลาดตอนนี้ รุ่นไหนมีอนาคตที่สดใสกว่ากันล่ะ?
เมื่อพูดถึงนาฬิกาดำน้ำยอดฮิต คงหนีไม่พ้นโมเดลระดับตำนานที่ทุกคนในวงการต่างยกนิ้วให้ สำหรับสายลงทุน นี่คือไอเทมที่มีสภาพคล่องสูงมาก เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายดายเสมอ
แต่ประเด็นที่เถียงกันไม่จบในหมู่นักสะสมคือ เราควรเทใจให้รุ่นเก่าที่เลิกผลิตไปแล้ว หรือขยับมาเล่นรุ่นปัจจุบันที่ทนทานกว่าดี? ซึ่งการตัดสินใจเลือกของชิ้นนี้มักจะเป็นนาฬิกาเรือนแรก สำหรับคนที่อยากเริ่มเข้าสู่วงการเสมอ
วันนี้เราเลยจะมาเทียบกันหมัดต่อหมัด ทั้งในแง่ของการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และทิศทางของราคาในอนาคตแบบตรงไปตรงมาที่สุด (21 มกราคม 2021) [1]
จริงแน่นอนค่ะ เพราะขอบหน้าปัดอะลูมิเนียมที่สีสามารถซีดจางเฟดลงตามกาลเวลานั้น ทางแบรนด์ได้เลิกผลิตไปอย่างถาวรตั้งแต่ช่วงปี 2012 เป็นต้นมา
สำหรับ รหัสรุ่น 14060M ที่เริ่มผลิตราวๆ ปี 1999 ถือเป็นนาฬิกายุคคาบเกี่ยวระหว่างความวินเทจและความทันสมัยได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของมันคือหน้าปัดแบบสองบรรทัดที่ดูคลีน สะอาดตา ไม่อึดอัด
นอกจากนี้ ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร ยังมีขาตัวเรือนที่เพรียวบาง คลาสสิก ทำให้สวมใส่สบาย น้ำหนักเบา ยิ่งถ้าใครหาแบบของครบกล่องใบสภาพสวยๆ ได้ บอกเลยว่าเป็นสมบัติที่น่าเก็บเข้าเซฟมากๆ (17 สิงหาคม 2023) [2]
ใช่ค่ะ รุ่นนี้คือจุดสูงสุดของเทคโนโลยีนาฬิกาดำน้ำยุคปัจจุบัน แต่ก็แลกมาด้วยขนาดตัวเรือนที่ดูเต็มข้อมือมากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ชินสำหรับคนที่ชอบนาฬิกาไซส์เล็ก
ในช่วงปี 2020 ทางแบรนด์ได้ปรับโฉมครั้งใหญ่ด้วยการปล่อย รหัสรุ่น 124060 ออกมา โดยขยับขนาดตัวเรือนขึ้นมาเป็น 41 มิลลิเมตร พร้อมเปลี่ยนขอบเป็นวัสดุเซรามิกสุดเงางาม
สิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดคือเครื่องยนต์ด้านในที่อัปเกรดให้สำรองพลังงานได้ถึง 70 ชั่วโมง ถอดวางเสาร์อาทิตย์ วันจันทร์หยิบมาใส่ใหม่นาฬิกาก็ยังเดินตรงเป๊ะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคนี้สุดๆ
หนักและหนากว่ารุ่นเดิมชัดเจนค่ะ ใครที่คุ้นเคยกับความเบาสบายของรุ่นเก่า อาจจะต้องให้เวลาข้อมือตัวเองปรับตัวกันสักระยะ
จากประสบการณ์ที่ได้ลองสัมผัสจริง ขอบเซรามิกนั้นสวยงามจับตาเวลาสะท้อนแสงไฟ แต่จุดที่หลายคนแอบหงุดหงิดคือตัวล็อกบานพับสายที่หนาขึ้นและยาวขึ้น เวลาวางข้อมือพิมพ์งานบนโต๊ะอาจจะรู้สึกค้ำๆ เล็กน้อย
ในทางกลับกัน ระบบเลื่อนสายปรับระดับแบบใหม่นั้นใช้งานง่ายและสะดวกมาก ทำให้คุณปรับความพอดีได้ทันทีในวันที่อากาศร้อน ขอบอกเลยว่า ฟังก์ชันนี้ทำเอาหลายคนหลงรัก จนแทบอยากจะกอดนาฬิกานอนเลยทีเดียว

การลงทุนกับนาฬิกามือสอง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเจอของปลอมที่ทำเนียนจนแยกแทบไม่ออก โดยเฉพาะรุ่นยอดฮิตแบบนี้ ยิ่งต้องดูให้เป็นก่อนตัดสินใจโอนเงินค่ะ
ขอบฟิล์มรุ่นเก่ามักจะถูกเปลี่ยนเอาอะไหล่ปลอมมาใส่เพื่อให้ดูเหมือนสีเฟดสวยๆ วิธีเช็กง่ายๆ คือให้ส่องดูฟอนต์ตัวเลข ของแท้จะมีความหนาและขอบตัวหนังสือคมชัด ไม่เบลอหรือดูบางเกินไป
อีกจุดที่ห้ามพลาดคือเม็ดมะยม เมื่อหมุนเกลียวออกมาต้องรู้สึกแน่นหนา ไม่หลวมก๊อกแก๊ก ถ้าเจอเรือนไหนเกลียวหวานหรือหมุนแล้วสากมือ ให้ระวังไว้ก่อนเลยค่ะว่าอาจโดนยำอะไหล่มา (21 สิงหาคม 2025) [3]
สำหรับขอบเซรามิกรุ่นใหม่ๆ ทางแบรนด์ได้เปลี่ยนมาใช้ใบการันตีแบบการ์ดแข็งที่มีชิป NFC ฝังอยู่ด้านในแล้ว คุณสามารถใช้สมาร์ตโฟนแตะเพื่อเช็กข้อมูลเบื้องต้นได้เลยว่าตรงกับตัวเรือนไหม
ส่วนตัวเลขซีเรียลนัมเบอร์ที่สลักตรงขอบหน้าปัดด้านใน (Rehaut) จะต้องยิงเลเซอร์มาแบบคมกริบ และตัวอักษรต้องวางตำแหน่งตรงกับขีดบอกเวลาเป๊ะๆ ไม่มีเบี้ยวหรือเหลื่อมล้ำกันแม้แต่นิดเดียว
มาเจาะลึกตัวเลขที่สายลงทุนอยากเห็นกันบ้าง ข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง WatchCharts แสดงให้เห็นทิศทางที่น่าสนใจของนาฬิกาดำน้ำทั้งสองรุ่นนี้
หลังจากผ่านพ้นช่วงที่ราคาพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งในปี 2022 ตลาดในปัจจุบันก็เริ่มปรับฐานเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เรามองเห็นมูลค่าที่แท้จริงได้ชัดเจนขึ้น
สิ่งที่น่าทึ่งคือ ในขณะที่รุ่นใหม่ราคากำลังทรงตัว รุ่นเก๋าขอบฟิล์มกลับมีความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มนักสะสมตัวยง
ถ้าวัดกันในกรอบเวลาห้าปี รุ่นขอบฟิล์มมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตที่มั่นคงกว่าค่ะ ส่วนรุ่นเซรามิกจะเน้นไปที่ความหวือหวาตามกระแสมากกว่า ลองมาดูสถิติตัวเลขจากกระดานเทรดระดับโลกเพื่อความชัดเจนกัน:
สรุปง่ายๆ คือ ถ้างบของคุณมีจำกัดอยู่ที่ไม่เกินสี่แสนบาท รุ่นเก่าจะให้ความรู้สึกเหมือนการซื้อสินทรัพย์ที่นับวันยิ่งหาชิ้นที่สมบูรณ์ยากขึ้นเรื่อยๆ
ต้นทุนเรื่องการบำรุงรักษาคือสิ่งที่มือใหม่หลายคนมักจะลืมบวกเข้าไปในใจตอนเลือกซื้อนาฬิกาสักชิ้น
สำหรับรุ่นขอบฟิล์ม ข้อเสียที่เลี่ยงไม่ได้คืออะลูมิเนียมมันเป็นรอยขูดขีดได้ง่ายมาก หากเผลอเอาไปเดินชนขอบประตูแรงๆ รอยนั้นจะอยู่กับคุณไปตลอดกาล นอกจากนี้สารเรืองแสงในที่มืดของรุ่นปีเก่าๆ ก็มักจะเสื่อมสภาพจนสว่างน้อยลงแล้ว
ในฝั่งของรุ่นเซรามิก แม้จะกันรอยขีดข่วนทั่วไปได้ระดับเทพ แต่ข้อควรระวังขั้นสุดคือ ห้ามทำตกหรือกระแทกจนขอบแตกเด็ดขาด เพราะค่าเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นนี้แพงหูฉี่ระดับที่ทำเอากระเป๋าฉีกได้เลย
ลองมาดูเรื่องราวของนักสะสมชาวไทยที่ซื้อขายกันจริงในตลาด ว่าเขาทำกำไรกันแบบไหน และใช้ช่องทางไหนในการปล่อยของให้ได้ราคาดีที่สุดในยุคนี้กันค่ะ
มีเคสของนักลงทุนท่านหนึ่ง ซื้อรุ่นขอบฟิล์ม 14060M มาเมื่อช่วงต้นปี 2023 ตอนที่ตลาดกำลังย่อตัวหนักๆ ได้มาในราคาเพียง 280,000 บาท โดยเน้นเก็บใส่เซฟไว้อย่างดี ไม่เอามาใส่ลุยให้เกิดรอย
พอเข้าสู่ช่วงปี 2026 ที่กระแสนาฬิกาวินเทจกลับมาบูมในไทย เขาปล่อยขายผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กปิดไปในราคา 390,000 บาท ฟันกำไรเหนาะๆ ไปแสนกว่าบาทในเวลาแค่สามปี ถือเป็นการเก็งกำไรที่เห็นผลชัดเจนมาก
ปัจจุบันคนไทยนิยมซื้อขายกันผ่านกลุ่มปิดเฉพาะกลุ่มในเฟซบุ๊ก หรือฝากร้านรับซื้อขายนาฬิกามือสองที่มีหน้าร้านชัดเจนและมีบริการตรวจเช็กแท้ปลอม (อย่างเช่น Expert Watch) เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย
การขายผ่านร้านที่มีเครดิตดีอาจจะโดนหักเปอร์เซ็นต์ค่าดำเนินการไปบ้าง แต่ข้อดีคือช่วยให้ปล่อยของได้ไวขึ้น และคนซื้อก็มั่นใจว่าได้ของแท้แน่นอน ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่ค่ะ
สุดท้ายนี้ การจะเลือกว่า ซับมารีนเนอร์โมเดลไหนคือที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมล้วนๆ ถ้ารักความคลาสสิก ได้อารมณ์สายลุยยุคเก่า และลุ้นกำไรระยะยาวแบบค่อยเป็นค่อยไป รหัสขอบฟิล์มคือเนื้อคู่ของคุณ แต่ถ้าอยากได้นาฬิกาที่หล่อเนี้ยบ ทนทาน สเปกจัดเต็มพร้อมลุยทุกสถานการณ์ ขอบเซรามิกรุ่นใหม่คือตัวจบที่คุ้มค่าตัวที่สุด
การลงทุนในของหรูหรานั้น เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดคือการซื้อรุ่นที่คุณรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มองมันอยู่บนข้อมือ อย่าปล่อยให้ตัวเลขกำไรมาบังตาจนละเลยความสวยงามของศิลปะบนหน้าปัด ขอให้สนุกกับการตามหากล่องใบสวยๆ แล้วพบกันใหม่กับบทวิเคราะห์แง่มุมลงทุนในครั้งหน้านะคะ

