ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์ สิ่งน่าตกใจ ที่มนุษย์ควรรู้

ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์

ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์ สาเหตุหลักๆ เกิดจากฝีมือมนุษย์ การล่า การกิน การขยายที่อยู่อาศัย มลพิษ และธรรมชาติ อากาศเปลี่ยนไป ภาวะโลกร้อน และปัจจัยอื่นๆ ส่งผลต่อระบบนิเวศของโลกโดยตรง จำนวนสัตว์ และพืช สูญพันธุ์ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงมีการอนุรักษ์ การพัฒนา การฟื้นฟู และการป้องกัน เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ

  • การสูญพันธุ์ คืออะไร
  • การสูญพันธุ์ที่เกิดจากธรรมชาติ
  • การสูญพันธุ์ที่เกิดจากมนุษย์

ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์ สาเหตุจาก ธรรมชาติ

โลกที่เปลี่ยนไป สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน ต้นตอมาจากฝีมือมนุษย์ ส่งผลต่อระบบนิเวศของสัตว์ เป็นตัวช่วยเร่งกระบวนการสูญพันธุ์ รวมไปถึงภัยธรรมชาติต่างๆ การสูญพันธุ์ถูกจัดออกเป็นกลุ่มๆ สูญพันธุ์ระดับท้องถิ่นอาศัย สูญพันธุ์ในป่า และ สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้โดยสิ้นเชิง ความจริงที่น่าตกใจ สัตว์หลายๆ สายพันธุ์ ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว และมีอีกหลายๆ สายพันธุ์ กำลังใกล้จะสูญพันธุ์

การสูญพันธุ์ “สัตว์” และ “พืช” ตามกาลเวลา

ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต มีการเกิด มีการดับ และมีการสูญพันธุ์ ตามธรรมชาติ และตามกาลเวลา แต่ปัจจุบัน อัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งต่างๆ มีความเติบโตกว่าการสูญพันธุ์ตามธรรมชาติหลายร้อยเท่า ซึ่งปกติแล้ว การสูญพันธุ์ประมาณ 1 ใน 10,000 สายพันธุ์ ในทุกร้อยปี เป็นเรื่องปกติ โดยเป็นการวิวัฒนาการตามธรรมชาติ เมื่อสิ่งใหม่เกิด สิ่งเดิมๆก็ดับ

แต่การวิจัยและศึกษาในปี 2021 แสดงสถิติถึงอัตราความเร็วในการสูญพันธุ์ มีแนวโน้มสูงถึง 75% และการรายงานของประชาชาติในปี 2019 มีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 1 ล้านชีวิต กำลังเข้าสู่สภาวะใกล้สูญพันธุ์ ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งมีอัตราสูงกว่าปกติหลายสิบหลายร้อยเท่า และการสูญพันธุ์ ผลงานวิจัย “การทำลายล้างชีวภาพ” ในปี 2020 เป็นบ่อเกิดของการสูญพันธุ์แบบลูกโซ่ ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เป็นการทำลายระบบนิเวศที่ซับซ้อน (21 มกราคม 2022) [1]

การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง ที่ผ่านมา

จากหลักฐานที่ค้นพบ โลกใบนี้ของเรา มีการสูญพันธุ์ขนาดใหญ่เกิดขึ้น 5 ครั้ง โดยเป็นการสูญเสียสิ่งใหม่ชีวิตมหาศาล ในระยะเวลาที่รวดเร็ว คือ

  1. ยุคครีเทเชียส Cretaceous: เมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ใต้ทะเล และบนบก รวมไปถึงไดโนเสาร์ ตัดเลื้อยคลานบางชนิด โดยเฉพาะไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่นกทั้งหมด โดยเกิดจากดาวเคราะห์พุ่งชนโลก
  2. ยุคไทรแอสซิก Triassic: เมื่อตอนปลาย 199 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นการสูญพันธุ์ของฟองน้ำทะเล สัตว์ทะเล หอย และหอยยุคไดโนเสาร์ต่างๆ เป็นการปะทุของภูเขาไฟขนาดใหญ่ บริเวณของมหาสมุทรแอตแลนติกในปัจจุบัน
  3. ยุคเพอร์เมียน Permian: ยาวนานเมื่อ 252 ล้านปีก่อน เป็นการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มากๆ โดยเป็นการสูญเสียสิ่งมีชีวิตในทะเล สาเหตุมาจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ และภูเขาไฟ
  4. ยุคดีโวเนียน Devonian: เป็นช่วง 378 ล้านปีก่อนปลายๆ สัตว์ติดทะเลหลายๆชนิด รวมถึงปะการัง ซึ่งไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
  5. ยุคออร์โดวิเชียน Ordovician: ในช่วง 447 ล้านปีก่อน เป็นสัตว์ทะเลที่มีการสูญพันธุ์ รวมไปถึงไดโนเสาร์ เกิดจากการเย็นตัวของโลก น้ำในทะเลแข็งตัว ประมาณน้ำทะเลลดลง

ที่มา: Extinction Over Time (สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2025) [2]

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ในอนาคตนี้ เราต้องช่วยกันป้องกัน ทั้งสภาพแวดล้อมที่เริ่มเปลี่ยนไป นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 มีอุตสาหกรรมต่างๆเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีมลพิษต่างๆ เข้าสู่ธรรมชาติ ด้วยความก้าวหน้า และการตระหนักรู้ถึงการสูญพันธุ์ เราสามารถป้องกัน และพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้คงอยู่ถึงระบบนิเวศอันสมบูรณ์ได้

ชีวิตสัตว์สูญพันธุ์ สาเหตุจาก ฝีมือมนุษย์

ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์

เรื่องที่น่าเศร้า แต่เป็นความจริง ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์ สาเหตุหลักๆ เกิดมาจากฝีมือมนุษย์เรา เนื่องจาก การสูญเสียที่อยู่อาศัย, การจับสัตว์ป่า, การขาดอาหาร, การล่าสัตว์เกินขนาด, สร้างมลพิษสู่แม่น้ำ, อากาศเป็นมลพิษ, การประมงขนาดใหญ่, ขยะพลาสติก และอื่นๆ เป็นสาเหตุทำลายระบบนิเวศ และเป็นสาเหตุทำให้สูญเสีย หรืออาจสูญเสียสัตว์หลายสายพันธุ์ (3 มีนาคม 2020) [3]

สาเหตุจาก ฝีมือมนุษย์ ที่เห็นได้ชัด

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญพันธุ์ขนาดใหญ่ หรือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เราต้องตระหนักรู้ถึงความจริง พฤติกรรม หรือกิจกรรมใดๆ ของฝีมือมนุษย์ ทำลายธรรมชาติ เช่น

  • การสูญเสียที่อยู่อาศัยของสัตว์: ทำลายล้างป่า การขยายพื้นที่ทำกิน การขยายพื้นที่เกษตร การพัฒนาเมือง การทำเหมืองแร่
  • การล่าเพื่อธุรกิจ: เป็นการทำร้ายเผ่าพันธุ์ เช่น ล่าช้างเอางา ล่าสัตว์เอาหนัง การประมงเกินขนาด เป็นต้น
  • มลพิษและสารพิษ: การทำให้เกิดมลพิษสู่แม่น้ำ การใช้สารเคมี พลาสติกจากขยะ และก๊าซต่างๆ ที่ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนไป

เราสามารถช่วยได้ ด้วยการลดหรืองดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น กระเป๋าหนังจระเข้ ชุดขนสัตว์ เครื่องประดับงาช้าง และอื่นๆ เพื่อไม่ให้สนับสนุนการล่าหรือทำร้ายสัตว์ และตระหนักรู้ถึงอันตรายของระบบนิเวศพัง

การสูญพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

การสูญพันธุ์ของสัตว์ การสูญพันธุ์ของพืช และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป มีส่วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด ตามระบบนิเวศ ที่เราต่างเคยได้ยินได้ฟังกันมาเป็นประจำ จึงมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์สงวน สัตว์ป่า ห้าม นำมาเลี้ยง เพื่อป้องกันระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหาร และลดการสูญเสีย การสูญพันธุ์ ที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับการสูญพันธุ์ จากอัตราพื้นฐานที่ปกติ เป็นการสูญพันธุ์ตามธรรมชาติ ที่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้น และสิ่งเก่าสูญพันธุ์ไป ซึ่งจะเป็นสภาวะตามปกติ ซึ่งจะมีสัตว์ชนิดต่างๆสูญพันธุ์ไป การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยมีอัตราน้อยมากๆ หนึ่งในหมื่นในแสน

อัตราการสูญพันธุ์ในปัจจุบัน ด้วยฝีมือมนุษย์ และสภาวะสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนไป อัตราการสูญพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่า ในอนาคตจะมากกว่า 1,000 เท่า หรือ 100,000 เท่า ซึ่งจะเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ของการสูญพันธุ์ เนื่องจากระบบนิเวศพัง สัตว์หลายๆชนิด ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ในอนาคต ส่งผลต่อมนุษย์เราเป็นอย่างมาก

สรุปแล้ว ชีวิตคน ชีวิตสัตว์ ธรรมชาติ สัมพันธ์กัน

ความน่าตกใจของสถิติ ชีวิตสัตว์ สูญพันธุ์ มีเพิ่มมากขึ้น หากเทียบกับอัตราตามธรรมชาติแล้ว เพิ่มขึ้นหลายสิบหลายร้อยเท่า โดยส่วนใหญ่แล้ว ล้วนเกิดจากฝีมือมนุษย์ ที่ส่งผลกับระบบนิเวศโดยตรง ทั้งธรรมชาติ และสัตว์ป่า จึงต้องให้ความรู้กับอัตราการสูญพันธุ์ และระบบนิเวศมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ และภัยธรรมชาติต่างๆ

อะไรคือ การสูญพันธุ์ จากธรรมชาติ

ที่ผ่านมา การสูญพันธุ์จากธรรมชาติทั้ง 5 ครั้งใหญ่ เกิดจากธรรมชาติที่เปลี่ยนไป และภัยธรรมชาติที่ไม่อาจคาดถึง ทั้งการชนของดาวเคราะห์ ภูเขาไฟปะทุ อากาศที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รวมไปถึงการวิวัฒนาการทางสายพันธุ์ ที่ทำให้สัตว์บางสายพันธุ์ได้สูญพันธุ์ลง

อะไรคือ การสูญพันธุ์ จากฝีมือมนุษย์

การสูญพันธุ์ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นการสูญพันธุ์ที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ การขยายที่อยู่อาศัย ทำให้สัตว์สูญเสียที่อยู่ การใช้สารพิษและการทำลายชั้นบรรยากาศ จากการทำอุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงการล่า การประมงต่างๆ ที่ทำลายระบบนิเวศ ซึ่งทำให้อัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์เร่งให้เร็วขึ้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง