จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย หากปล่อยไว้นาน อาจสายเกินแก้

จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย

จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย เรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง นอกจากคนที่สามารถป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว น้องหมาก็เช่นกัน มีโอกาสที่จะเจอกับความเสี่ยงกับโรคนี้ได้ไม่ต่างจากคน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นแล้วตายจากไปทันที เหล่าบรรดาคนเลี้ยงต้องรีบเรียนรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะหาทางป้องกันไม่ให้น้องหมาจากไปก่อนวัยอันควร

  • ต้นกำเนิดสุนัข
  • ประโยชน์ของการเลี้ยงสุนัข
  • โรคซึมเศร้าในสุนัข

ต้นกำเนิดสุนัขมีที่มาอย่างไร?

สุนัขที่เรารู้จักนั้น มีจุดกำเนิดเริ่มมาจากสุนัขป่าที่ถูกมนุษย์ขั้วโลกเหนือนำมาเลี้ยง ในช่วง 12,000 ปีก่อน โดยมีความเชื่อกันว่าสุนัขตัวแรกของโลก เกิดขึ้นตั้งแต่ 100 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งหน้าตาสุนัขในสมัยก่อนไม่เหมือนกับสุนัขที่เราเห็นทุกวันนี้ กว่าจะกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักต้องผ่านวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานหากเทียบกับภาพโบราณที่มีอายุ 12,000 – 14,000 ปี ในยุโรป

ต่อมาในยุคหินตอนต้น สุนัข และคน เริ่มมีความสนิทกันมากขึ้น จนหลับนอนร่วมกันในบ้านในยุคหินตอนปลาย ซึ่งหากนับเวลาก็นานถึง 40,000 – 60,000 ปีมาแล้ว จนในที่สุดสุนัขก็เริ่มรู้จักคนมากขึ้น และเป็นเพื่อนคบหากับคนได้อย่างที่เราคุ้นตากันในปัจจุบันนั่นเอง (16 กุมภาพันธ์ 2018) [1]

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเลี้ยงสุนัข

สุนัขคือสัตว์เลี้ยงอันดับต้นๆ ที่คนนิยมเลี้ยงกันทั่วโลก ซึ่งคนเลี้ยงก็มักจะมีความรักความผูกพันให้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนลูก หรือคนในครอบครัวเลยทีเดียว ซึ่งบางคนที่ยังไม่เคยเลี้ยงสุนัขอาจยังไม่รู้มาก่อนว่าประโยชน์ของการเลี้ยงเจ้าตูบสี่ขานั้น มีมากกว่าที่คิด แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันได้เลย

  • ช่วยบำบัดจิตใจ ให้มีคนเลี้ยงมีความสุข เลี้ยงสัตว์ บำบัดจิต หลังจากทำงานเหนื่อยๆ เมื่อเห็นแววตา และความดีใจของน้องหมาที่เลี้ยง ก็ช่วยทำให้ความเครียดหายไป เป็นการลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียดได้ผลดี อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้สารแห่งความสุขหลั่งได้เยอะขึ้นด้วย
  • ลดความเครียด และเพิ่มสมาธิให้คนเลี้ยง จากทีมวิจัย Konkuk ในเกาหลีใต้ พบว่าการที่มีคนป่วยซึมเศร้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าน้องหมา ทำให้ลดความง่วง และอาการซึมเศร้าลงได้ และในการที่ได้ให้อาหาร จับตัว ลูบหัว ทำให้ความเครียดลดลง และเพิ่มการมีสมาธิได้ดีขึ้น
  • กระตุ้นการออกกำลังได้ เพราะสามารถพาน้องๆ ออกไปเดิน หรือวิ่งเป็นเพื่อนได้ทุกๆวัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเข้าฟิตเนสให้เสียเงิน ได้ทั้งสุขภาพของสุนัข และตัวคนเลี้ยงควบคู่กันไป
  • สร้างเพื่อนแท้ให้กับคนเลี้ยง และช่วยพาเข้าสังคม เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน จะทำอะไร น้องหมาจะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ แถมเวลาที่เจอเราบ่นก็ไม่เถียงกลับ ไม่โกรธแม้ว่าจะโดนแกล้งก็ตาม อีกอย่างคือพาเจ้าของไปรู้จักกับคนรักหมาคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • ช่วยเฝ้าบ้านได้ เพราะสุนัขมีประสาทในการรับรู้ด้านการดมกลิ่น และมีสายตาที่ดีกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงเฝ้าระวังภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
  • ช่วยงานบ้านเล็กๆน้อยๆได้ หากได้รับการฝึกสอน อย่างเช่น การช่วยคาบสิ่งของ การรับพัสดุแทนเวลาเจ้าของไม่อยู่บ้าน ช่วยคาบถุงขยะไปทิ้ง หรือคาบถุงของต่างๆ ไปเก็บไว้ เรียกได้ช่วยประหยัดแรงคนเลี้ยงได้เยอะทีเดียว
  • ช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจ และเติมกำลังใจให้คนเลี้ยง เพราะคนเลี้ยงต้องดูแลเหล่าบรรดาเจ้าสี่ขาให้อยู่สุขสบาย ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องตั้งใจทำงาน เพื่อหาซื้ออาหาร สิ่งของต่างๆ มาให้เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักนี้ แม้ว่าวันไหนจะไม่อยากไปทำงาน แต่เมื่อเห็นสายตาของน้องๆ ก็ต้องรีบลุกแต่งตัวออกไปหาเงินทันที

วิธีการฝึกสุนัขสำหรับการเลี้ยงในบ้าน

เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เป็นเด็กดีอยู่ในบ้าน หลายๆคนอาจต้องเคยปวดหัวกับพฤติกรรมสุดแสบของเหล่าเจ้าสี่ขา เนื่องจากสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความสุขมากอยู่แล้ว ดังนั้นไม่แปลกที่บางครั้ง ในบ้านของคุณอาจจะต้องเลอะเทอะ และเสียหายไปบ้าง ส่วนใครที่กำลังมองหาสุนัขนิสัยดีมาเลี้ยงในบ้าน สามารถฝึกให้เชื่อง และไม่ดื้อได้ ดังนี้

  1. ฝึกให้รู้จักขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง
  2. จัดเตรียมของเล่นให้เป็นสัดส่วน และต้องฝึกออกคำสั่งห้ามไม่ให้กัดทำลายข้าวของ
  3. ฝึกนั่ง เดิน ยืน ตามคำสั่ง
  4. ฝึกให้สุนัขอยู่ลำพังได้โดยที่ไม่มีเจ้าของ และไม่ทำลายของในบ้าน
  5. ใช้โทนเสียงที่แตกต่างในการฝึก เช่นเสียงดุเมื่อทำผิด ทำเสียงสดใสร่าเริงหากสุนัขทำถูกต้อง หรือกรณีที่กล่าวชื่นชม เพื่อให้สุนัขเข้าใจในการฟังคำสั่ง

ที่มา: หมาให้คุณแบบคาดไม่ถึง (25 กันยายน 2024) [2]

จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย จากโรคซึมเศร้า

จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย

สำหรับคนเลี้ยงสุนัขน่าจะเคยสงสัยว่า จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย หากมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งคำถามนี้มีคำตอบ เพราะไม่เพียงแค่คนเท่านั้นที่มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า เพราะแม้แต่สุนัขเองก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน และทางแพทย์ได้ออกมายืนยันแล้วว่า หากสุนัขที่เลี้ยงป่วยเป็นโรคนี้จริงๆ อาจส่งผลให้ตรอมใจตายได้

สังเกตโรคซึมเศร้า จากสิ่งผิดปกติของสุนัข

ฉะนั้นหากไม่อยากให้เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้เกิดขึ้น ควรหมั่นสังเกตอาการ และดูแลสุนัขที่อยู่ในการเลี้ยงดูให้ดีว่ามีอาการที่น่าเป็นห่วง เข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เพื่อป้องกัน และจะได้เตรียมตัวรับมือได้ทัน โดยสังเกตจากสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

  • หอนผิดปกติ โดยน้ำเสียงมีความเศร้าปนอยู่ แววตาไม่โฟกัสสิ่งใด เป็นการมองลอยๆ แบบนี้มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้
  • ทำตัวงอ ไม่ยอมให้จับ อาการนี้คือรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย บวกกับมีอาการหางตกร่วมด้วย ใบหูลู่ไปทางด้านหลัง สีหน้าท่าทางหวาดกลัว
  • กัดหรืองับหางตัวเองเป็นวงกลม แสดงให้เห็นว่ามีความเครียดสะสมอยู่ หากทำไปเรื่อยๆ อาจเกิดแผล และกลายเป็นหมาโรคจิตได้เช่นกัน
  • มีอาการหาวบ่อย ง่วง เอาแต่นอน เป็นสัญญาบอกว่าน้องหมากำลังเครียด กังวล หรือนอนไม่พอ
  • นอนซึม ชอบไปนอนในซอกหรือที่แคบๆ เรียกแล้วก็ไม่ยอมออกมา แสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้ใจเจ้าของเหมือนเดิม มีความกังวล
  • ชอบยกขาหน้าบ่อยๆ ซึ่งไม่ได้เกิดจากอาการเจ็บหรืออุบัติเหตุ บวกกับท่าทางหูลู่ไปทางด้านหลัง แววตาไม่สดใส แสดงให้เห็นว่าสุนัขเกิดความกังวลใจบางอย่าง
  • หางลู่ตกตลอดเวลา มักเกิดจากความกลัวที่เกิดขึ้น อาจจากการถูกดุด่า แต่สามารถหายเป็นปกติได้ แต่หากหางลู่ตกทั้งวัน นั่นแสดงว่าสุนัขเกิดความระแวง ไม่ไว้ใจสถานที่ ไม่ไว้ใจใคร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้าได้
  • ไม่มีการร่วมกิจกรรมกับเจ้าของ แม้ว่าจะถูกเรียกมากแค่ไหน ซึม เหงาหงอย หรืออาจถึงขั้นอาเจียนเป็นฟองสีเหลือง นี่คืออาการเครียดจนลงกระเพาะ เกิดจากความเครียดอย่างหนักนั่นเอง
  • มีอาการเริ่มกัดแทะ เล็มตัวเองจนเกิดแผล โดยต้องดูให้ดีว่าไม่ได้เกิดจากโรคผิวหนัง อาการนี้แสดงถึงความเครียด และเบื่อหน่ายอย่างแรง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง หรือต้องรอเจ้าของเป็นเวลานาน
  • แววตาเศร้าหมอง ไม่สดใส มองดูแล้วไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างที่เคยเป็น นั่นแสดงว่าน้องหมาของคุณอาจเจอกับปัญหาโรคซึมเศร้าอยู่

วิธีป้องกันไม่ให้สุนัขเป็นโรคซึมเศร้า ทำได้อย่างไร?

แม้ว่าการเลี้ยงสุนัขสามารถทำได้ทุกบ้าน เลี้ยงได้ทุกคน แต่ในการดูแลให้พวกเขามีความสุข ไม่ประสบกับอาการป่วย คือหน้าที่ของเจ้าของที่ควรมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้น ในการเลี้ยงสุนัขให้ปราศจากโรค เพื่อให้สุนัขอยู่เป็นเพื่อนกับเจ้าของนานๆ ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้สุนัขป่วย และจากไปอย่างรวดเร็ว ควรดูแล และหากิจกรรมต่างๆ ทำร่วมกันให้มากขึ้น

โดยการหมั่นพาสุนัขออกไปเดิน หรือวิ่งเล่นในสถานที่กว้างๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ออกกำลังกายร่วมกันกับเจ้าของ ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเช่น ปั่นจักรยานกับสุนัข เปิดเพลงฟังเบาๆ หรือการให้รางวัลด้วยของกินที่น้องหมาชื่นชอบ เพียงแค่เพิ่มความสนุกในชีวิตของพวกเขา ทั้งตัวคน และสุนัขก็ลดความเครียด และเพิ่มความสุขให้กัน และกันห่างไกลโรคได้

หากพบสุนัขมีการซึมเศร้าหรือเหงา ควรทำอย่างไร?

เมื่อไหร่ที่เราพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติ หรือแปลกไปจากเดิม อย่าเพิ่งชะล่าใจ หรือปล่อยปละละเลยเอาไว้ ให้สังเกต และหากพบว่ามีสัญญาณเสี่ยง ควรปฏิบัติดังนี้

  • นำสัตว์เลี้ยงไปพบจิตแพทย์ ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ในต่างประเทศการนำสัตว์ไปพบกับนักจิตวิทยา เกี่ยวกับสัตว์เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแต่ในไทยของเราอาจจะต้องศึกษากันให้มากขึ้นหน่อย
  • ฝังเข็มสำหรับการรักษา แม้ว่าในไทยจะยังเป็นเรื่องที่ยังไม่ผ่านการยอมรับ แต่ในต่างประเทศสามารถทำได้
  • นวดผ่อนคลาย หรือใช้กลิ่นที่สุนัขชื่นชอบในการลดความเครียด ช่วยในการผ่อนคลายให้สุนัขรู้สึกดีขึ้น
  • พาสุนัขเข้าพบแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อค้นหาสาเหตุอาการป่วย และหาทางรักษาต่อไป

ที่มา: 10 สัญญาณ เสี่ยงโรคซึมเศร้าในสุนัข หากปล่อยไว้ไม่ดูแล เขาอาจตรอมใจตายได้ (13 มกราคม 2019) [3]

การดูแลเอาใจใส่ ช่วยลดอาการป่วยได้จริงไหม?

อยากรู้ว่า จริงหรือไม่ สุนัขตรอมใจตาย คำถามนี้มีคำเฉลย เพราะไม่ว่าคน หรือสัตว์ หากสภาพจิตใจเศร้าหมอง หดหู่ ไม่มีความสุข เกิดความเครียด สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เสี่ยงเกิดโรคที่จะทำให้เกิดการสูญเสียได้ แต่ในทางกลับกันถ้าหากในการเลี้ยงดูมีความเข้าใจ และเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงได้อย่างดีสิ่งเหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงที่จะทำให้น้องหมาป่วยได้จริง

สาเหตุหลักของการป่วยตายของสุนัขส่วนใหญ่ เกิดจากอะไร?

อาการป่วยของสุนัขที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตส่วนใหญ่ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการป่วยเหล่านี้ มักเกิดขึ้นจากความกังวล หรือความเครียดที่สะสม จนแสดงออกมา หากเจ้าของสังเกตเห็น และพาไปรักษาก็สามารถหายกลับมาเป็นปกติ หรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาการป่วยก็อาจจะหนัก และทำให้สุนัขจากไปในที่สุด

สุนัขคือสิ่งมีชีวิตที่ซื่อสัตย์กับมนุษย์มากที่สุด

หากนำสัตว์ที่คนเรานำมาเลี้ยงมาเปรียบเทียบกันหลายๆชนิด และพูดถึงเรื่องของความซื่อสัตย์ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสุนัขคือสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ เพราะมีความรักต่อเจ้าของ หรือคนที่มีบุญคุณ สุนัขไม่เคยโกรธ หรือเกลียดเจ้าของ แม้ว่าจะถูกดุด่า หรือทุบตี จะยังคงคอยอยู่เคียงข้างและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคนที่เลี้ยงดูตลอดไปจนกว่าจะตายจากกัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง