



งูยักษ์ ใต้ทะเลน่าสะพรึง เป็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก มีความลึกลับ เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่ง ความใหญ่โตมหึมา ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด ที่พบได้ในทะเลลึก มีทั้งสูญพันธุ์ไปแล้ว และยังมีชีวิตในปัจจุบัน เรามาทำความรู้จักกับสัตว์ใต้ทะเล ที่มีความใหญ่มหึมา จากบทความนี้ได้เลย
สิ่งมีชีวิตลึกลับ และเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาจจะค้นพบสายพันธุ์ได้ไม่หมด ในปัจจุบัน ทั่วโลกของเรา มีงูทะเลทั้งหมด 17 สกุล หากแยกชนิดออกไป มีทั้งหมด 69 ชนิด ซึ่งชนิดงูส่วนใหญ่ จะอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก งูที่พบได้ในมหาสมุทรเขตร้อนทั่วไป จะเป็นงูทะเลท้องเหลือง ส่วนงูทะเลที่มีลำตัวแบนข้าง มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปลาไหล และงูทะเลหลายๆ สายพันธุ์ ก็มีพิษร้ายแรงไม่ต่างจากงูบนบก (18 กันยายน 2025) [1]
สายพันธุ์งูทะเล ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ นั่นก็คือ งูทะเลท้องเหลือง หรือ Yellow-bellied Sea Snake โดยมีลักษณะเด่นเป็นสีสันที่ชัดเจน ส่วนลำตัวด้านบนจะมีสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม ตัดกับส่วนท่อนล่างเป็นสีเหลืองสด ซึ่งสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน หางมีลักษณะแบน คล้ายใบพาย และมีจุดแต้มสีเข้ม ขนาดความยาวเฉลี่ยประมาณ เมตร โดยขนาดตัวเมียจะใหญ่กว่าตัวผู้
เป็นงูที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลตลอดชีวิต งูชนิดนี้ไม่ขึ้นบนบก สามารถว่ายน้ำถอยหลังได้อย่างคล่องแคล่ว งูทะเลท้องเหลือง มีถิ่นที่อยู่อาศัยแบบกระจายสายพันธุ์ พบได้ในมหาสมุทรแปซิฟิก และ มหาสมุทรอินเดีย โดยอาศัยอยู่ในอุณหภูมิน้ำ 18 ถึง 20 องศาเซลเซียส
การดำรงชีวิตของงูทะเลท้องเหลือง มักจะอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนสูงมากๆ มักจะพบแถวคราบน้ำมัน และแนวขยะลอยน้ำ เพราะว่าเป็นแหล่งดึงดูดปลาที่มาหาอาหาร งูชนิดนี้จะจับเหยื่อจากจุดนี้อีกที ใช้วิธีการลอยนิ่งๆ เพื่อซุ่มโจมตีปลาที่เข้ามาหลบใต้ตัว หรือใช้วิธีไหว้ถอยหลังเพื่อให้เหยื่อตายใจ ก่อนจะเข้าจู่โจม
งูทะเลท้องเหลืองมีวิธีการลอบคาบโดยการ ใช้วิธีหดตัวและบิดไปมา เพื่อสลัดคราบเก่าออก รวมไปถึงสลัดเพรียง และสาหร่ายที่เกาะตามตัวออก วิธีการสืบพันธุ์ จะผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปีในเขตร้อน และออกลูกเป็นตัว ครั้งละ 2-6 ตัว ลูกที่เกิดใหม่จะยาวประมาณ 25 เซนติเมตร และเริ่มหาอาหารได้ทันที
งูชนิดนี้ เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ถือว่าเป็นงูพิษร้ายแรง ที่มีพิษต่อระบบประสาท และระบบกล้ามเนื้อ แม้ว่าเขี้ยวมันจะสั้น และฉีดพิษออกมาได้น้อยนิด หากว่าถูกกัดก็จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ (19 พฤศจิกายน 2020) [2]

มาทำความรู้จักกับ งูยักษ์ ใต้ทะเลน่าสะพรึง สายพันธุ์โบราณ ทะเล มหัศจรรย์ ที่มีสถิติยาวที่สุดถึง 13 เมตร Palaeophis colossaeus นับว่าเป็นงูทะเลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เรารู้จัก และยังได้รับฉายาว่าเป็นนักล่าชั้นยอดในยุคอีโอซีน และตัวใหญ่อาจจะกินปลาวาฬเข้าไปได้
สำหรับงูยักษ์โบราณ ที่ได้สูญพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีชื่อว่า Plaeophis colossaeus ด้วยชื่อแปลว่า ‘งูโบราณขนาดยักษ์’ งูชนิดนี้ อาศัยอยู่ในยุค Eocene หรือประมาณ 56 – 34 ล้านปีก่อนนู่นเลย มักจะพบในถิ่นที่อยู่อาศัย ทะเลเททิส ซึ่งจะเป็นทะเลโบราณ เป็นทะเลตื้นที่อบอุ่น เคยครอบคลุมพื้นที่อเมริกาเหนือในปัจจุบัน
การที่ขึ้นชื่อว่าเป็นงูทะเลยักษ์ ย่อมเป็นงูที่มีขนาดตัวใหญ่ยักษ์ มีความน่าเกรงขาม มีความยาวประมาณ 8 – 13 เมตร ถือว่าเป็นงูทะเลที่ใหญ่ที่สุด ที่มนุษย์เราได้ค้นพบ แต่ถ้าเทียบกับงูบนบก ยังตัวเล็กกว่า Titanoboa ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
งูชนิดนี้ เป็นงูที่มีกระดูกสันหลังที่กว้าง และมีความแข็งแรงมาก แม้จะถูกจัดกลุ่มเป็นงูดั้งเดิม และไม่ได้ว่ายน้ำได้พลิ้วไหวเท่างูในกลุ่มขั้นสูง แต่ด้วยขนาดตัวมหึมา ก็ยังเป็นนักล่าที่น่าเกรงกลัว สามารถปรับตัวให้อาศัยอยู่ในน้ำเค็มได้ และล่าสัตว์ที่มีขนาดตัวเล็กกว่าเป็นอาหาร
นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า งูโบราณขนาดยักษ์นี้ สามารถกินวาฬได้จริง เพราะอยู่ยุคเดียวกันกับวาฬโบราณ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าวาฬปัจจุบัน ด้วยขนาดตัวที่ยาวกว่า 10 เมตร จึงสามารถล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลได้ ไม่ว่าจะเป็น วาฬ จระเข้ และเต่าทะเล (27 พฤษภาคม 2024) [3]
งูทะเล และ งูยักษ์ ใต้ทะเลน่าสะพรึง ทั้งหมดมีประมาณ 69 ชนิด ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ทะเลน้ำเค็ม ตั้งแต่ชายฝั่งทะเล ไปจนถึงน้ำทะเลน้ำลึก ในทะเลยังมีสิ่งมีชีวิตที่มีความลึกลับ และรอเราค้นพบอีกมากมาย
งูทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในยุคปัจจุบันนี้ มีขนาดใหญ่ใหญ่เฉลี่ยประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ได้แก่ งูทะเลท้องเหลือง ถือว่าเป็นสัตว์มีพิษอันตราย แม้ว่าจะตัวเล็กและพ่นพิษได้น้อย แต่เมื่อคนโดนพิษอาจจะถึงแก่ชีวิตได้
การเคยมีสัตว์ทะเลโบราณ Palaeophis colossaeus อาศัยอยู่ ในอดีตในทะเลเคยมีสภาพแวดล้อมที่ดี เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ขนาดมหึมา ซึ่งสาเหตุของการสูญพันธุ์ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอุณหภูมิโลก ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบัน งูทะเลส่วนใหญ่มีขนาดเล็กลงมาก

