



งดอาหารสัตว์ ก่อนขึ้นรถ เคยไหมกำลังขับรถขึ้นเขาชมวิวสวยๆ บรรยากาศกำลังฟินได้ที่ จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากเบาะหลัง ตามมาด้วยกลิ่นเปรี้ยวๆ ที่ทำเอาวงแตกกันทั้งคันรถ การงดอาหารสัตว์คือศาสตร์แห่งการจัดการร่างกาย ที่จะช่วยให้ลูกรักของเราเดินทางได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องทรมานกับอาการคลื่นไส้เวียนหัว และเราเองก็ไม่ต้องมานั่งเครียดกับการเช็ดเบาะรถ
ลองย้อนกลับไปนึกถึงช่วงปี 2018 ถึง 2020 ดูสิ เชื่อไหมว่าสมัยนั้นคนส่วนใหญ่มีความคิดแบบคุณย่าคุณยายว่า กินอิ่ม นอนหลับ คือที่สุดของความสุข ก่อนจะพาลูกขึ้นรถทีไรก็จัดหนักจัดเต็ม ประเคนข้าวชามโตให้กิน เพราะกลัวลูกจะหิวระหว่างทาง ผลลัพธ์ที่ได้คือมหกรรมอาเจียนตลอดเส้นทาง ความลำบากในยุคนั้นคือเราต้องจอดรถล้างกรง ล้างเบาะกันวุ่นวาย
แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ความรู้เรื่องพฤติกรรมสัตว์และการจัดการสรีรวิทยาก้าวหน้าไปมาก เราเริ่มเข้าใจกลไกของระบบประสาททรงตัวและการย่อยอาหารมากขึ้น การเตรียมตัวในตอนนี้จึงเน้นไปที่ความสมดุลและความสบายตัวเป็นหลัก
ซึ่งเรื่องนี้มันเชื่อมโยงกับภาพรวมที่เราคุยกันใน เตรียมตัวยังไง ก่อนเดินทาง แบบแยกไม่ออก เพราะถ้าร่างกายข้างในเขาไม่พร้อม อุปกรณ์ภายนอกจะดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ การจัดการเรื่องท้องไส้จึงเป็นพื้นฐานแรกที่ต้องทำก่อนก้าวขาออกจากบ้าน
เอาล่ะ ประเด็นคือสัตว์แต่ละตัวมีอัตราการย่อยอาหารไม่เท่ากัน แต่โดยค่าเฉลี่ยมาตรฐานที่สัตวแพทย์แนะนำคือ ควร งดอาหารมื้อหลัก อย่างน้อย 2 ถึง 3 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง (19 พฤศจิกายน 2025) [1]
ช่วงเวลานี้เพียงพอที่จะให้อาหารเคลื่อนตัวออกจากกระเพาะไปสู่ลำไส้เล็กแล้ว ทำให้เวลารถเหวี่ยงหรือเบรกแรงๆ จะไม่มีอาหารตกค้างในกระเพาะที่จะขย้อนออกมาได้ง่ายๆ ตรงนี้สำคัญมาก ใครที่คิดว่าเดี๋ยวค่อยไปกินบนรถ ขอให้หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลย
สิ่งที่ลูซี่อยากจะเตือนด้วยความหวังดีคือ อย่าสุดโต่งเกินไป บางคนกลัวลูกอ้วกจัด เลยสั่งงดอาหารข้ามวันข้ามคืน หรือเกิน 12 ชั่วโมงไปเลย หารู้ไม่ว่านั่นคือการสร้างปัญหาใหม่ที่เรียกว่า ภาวะอาเจียนจากน้ำดี หรือ Bilious Vomiting Syndrome
เมื่อท้องว่างนานเกินไป น้ำย่อยและน้ำดีจะระคายเคืองผนังกระเพาะ ทำให้ลูกคลื่นไส้และอาเจียนออกมาเป็นฟองสีเหลืองๆ แทน ซึ่งทรมานกว่าการอาเจียนอาหารปกติเสียอีก (17 พฤศจิกายน 2025) [2]
ทางโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำอย่าง VCA Animal Hospitals ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากว่า การปล่อยให้ท้องว่างสนิทไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไปสำหรับสัตว์เลี้ยงบางตัว
โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็กหรือลูกสัตว์ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดตกง่าย การให้ขนมชิ้นเล็กๆ หรืออาหารปริมาณน้อยมากๆ ก่อนเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง อาจช่วยลดกรดในกระเพาะและทำให้เขาสบายตัวกว่าการอดอาหารยาวนาน
ที่มา: VCA Animal Hospitals (สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2026) [3]
มาดูตัวเลขกันหน่อย ช่วงปี 2021 ถึง 2023 มีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มคนรักสัตว์ที่เดินทางท่องเที่ยวเป็นประจำ พบว่าเจ้าของที่ปฏิบัติตามกฎ งดอาหาร 3 ชั่วโมงก่อนเดินทาง สามารถลดอัตราการอาเจียนและการเมารถของสัตว์เลี้ยงได้สูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ให้กินอาหารตามปกติก่อนขึ้นรถ
นอกจากนี้ยังพบว่าสัตว์เลี้ยงกลุ่มที่เตรียมตัวมาดี มีความกระตือรือร้นและร่าเริงเมื่อถึงที่หมายมากกว่า เพราะไม่ต้องเสียพลังงานไปกับการต่อสู้กับอาการคลื่นไส้ตลอดทาง

ลูซี่เห็นแล้วยังอึ้งกับการตื่นตัวเรื่องนี้ สาเหตุก็เพราะรูปแบบการท่องเที่ยวของเรามันเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้เรานิยมขับรถไปแคมป์ปิ้ง ไปขึ้นดอย หรือไปในเส้นทางที่คดเคี้ยวมากขึ้น ถนนหนทางที่ท้าทายแบบนี้แหละคือตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ Motion Sickness ได้ง่ายที่สุด
การจัดการเรื่องเวลาอาหาร หรือ Timing จึงกลายเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ต้องแม่นยำ และเป็นหนึ่งในเช็กลิสต์สำคัญของ คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 ที่จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ข้อมูลเชิงลึกที่คนวงในเขารู้กันคือ ชนิดของอาหาร มีผลพอๆ กับเวลา ถ้าจำเป็นต้องให้กินรองท้องจริงๆ ควรเลือกอาหารที่มี โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ เพราะไขมันใช้เวลาย่อยนานและทำให้อาหารค้างในกระเพาะนานขึ้น ลองเปลี่ยนจากอาหารเม็ดปกติ เป็นอกไก่ต้มฉีกฝอยเล็กน้อย หรือไข่ต้มขาวสักเสี้ยว จะช่วยให้อิ่มสบายท้องแต่ย่อยง่ายกว่าเยอะ
อีกหนึ่งตัวเลือกที่ลูซี่อยากแนะนำคือ อาหารเปียกสูตรย่อยง่าย ที่สัตวแพทย์มักแนะนำสำหรับสัตว์ป่วยค่ะ เพราะอาหารประเภทนี้ ถูกออกแบบมาให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไว และลดภาระการทำงานของกระเพาะอาหารได้ดีเยี่ยม
หากต้องเดินทางไกลในเช้าตรู่ ลองให้ลูกกินอาหารสูตรนี้ในปริมาณเพียง 1 ใน 4 ของมื้อปกติดูค่ะ พลังงานที่ได้จะช่วยให้น้องไม่เพลียจนเกินไปแต่ยังคงรักษาความสมดุลของน้ำย่อยในกระเพาะได้ดีกว่าการปล่อยให้ท้องว่างสนิท ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการขย้อนออกมาได้อย่างเห็นผลเลยค่ะ
ช่วงปี 2022 ถึง 2024 มีความเชื่อผิดๆ ที่ต้องแก้ด่วน
ลองไปเช็กข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บ American Kennel Club ดูได้ เขาอธิบายเรื่องอันตรายของยาคนในสัตว์เลี้ยงไว้ละเอียดมาก
จุดเล็กๆ ที่ลูซี่ไม่อยากให้มองข้ามคือ สมุนไพรก้นครัวอย่าง ขิง มีสรรพคุณช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในสัตว์เลี้ยงได้ดีเยี่ยม เดี๋ยวนี้มีขนมรสขิง หรือสารสกัดจากขิงรูปแบบต่างๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงขายแล้ว การให้กินเล็กน้อยก่อนขึ้นรถประมาณ 30 นาที ช่วยให้กระเพาะสงบลงได้แบบไม่ต้องพึ่งยาเคมีเลย
สำหรับทาสสายประหยัดที่อยากใช้ของสด ลูซี่มีทริคเล็กๆ มาฝากค่ะ ลองนำขิงแก่มาต้มน้ำให้เจือจางมากๆ แล้วนำมาพ่นใส่สำลีให้พอน้องได้ดมกลิ่น หรือจะผสมน้ำขิงจางๆ นั้นลงในน้ำดื่มของน้องเพียงเล็กน้อยก็ได้ค่ะ
กลิ่นและรสสัมผัสของขิงมีสาร Gingerol ที่ช่วยยับยั้งสัญญาณความรู้สึกคลื่นไส้ในสมองของสัตว์เลี้ยงได้คล้ายกับในคนเลยทีเดียว เป็นภูมิปัญญาธรรมชาติที่ปลอดภัยและช่วยให้ลูกรักของเรานิ่งสงบขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อตลอดการเดินทางผ่านโค้งนับร้อยเลยล่ะค่ะ
พยากรณ์เทรนด์ปี 2026 ถึง 2027 ลูซี่มองว่าเราจะได้เห็น อาหารรูปแบบไฮโดรเจล ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางโดยเฉพาะ
เจลพวกนี้จะให้พลังงานและสารอาหารที่ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ทันทีแทบไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในกระเพาะ ทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับพลังงานเพียงพอโดยที่ท้องยังโล่งอยู่ ตัดปัญหาเรื่องอ้วกทิ้งไปได้เลย เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเดินทางของสัตว์เลี้ยงไปตลอดกาล
การวางแผนเรื่อง งดอาหารสัตว์ ก่อนขึ้นรถ คือศิลปะแห่งความใส่ใจที่เปลี่ยนจากทริปที่เต็มไปด้วยความกังวล ให้กลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษ การที่เรายอมสละเวลาคำนวณมื้ออาหารและอดทนต่อสายตาเว้าวอนขอกินของลูก จะแลกมาด้วยความสบายตัวของเขาเองตลอดเส้นทาง
ลูซี่เข้าใจนะว่าเวลาเห็นลูกทำตาละห้อยขอกินข้าว มันทำใจยากแค่ไหน แต่เชื่อลูซี่เถอะว่า การใจแข็งในตอนนั้น คือความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปกว่าการเห็นลูกนั่งซึม น้ำลายยืด และอาเจียนอย่างทรมานบนรถอีกแล้ว การเตรียมตัวที่ดีจะทำให้เขาเรียนรู้ว่า การขึ้นรถคือเรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ขอให้ทุกทริปของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

