



คัมภีร์ลงทุน ArtToy 2026 ภาพที่เห็นเด็กๆ กรี๊ดกร๊าดกับ Labubu หรือ Crybaby ในช่วงสองสามปีก่อนหน้านี้ มันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำมาให้นักท่องเที่ยวดูเล่น แต่ของจริงที่ทำเงินระดับเปลี่ยนรถญี่ปุ่นเป็นรถยุโรปได้ มันซ่อนอยู่ในดีเทลที่คนทั่วไปมองข้าม ทั้งเรื่องของวัสดุ รันนัมเบอร์ และ Storytelling ของศิลปินที่ลึกล้ำเกินกว่าแค่ความน่ารัก
ถ้าจะคุยเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง ต้องย้อนกลับไปดูรากเหง้ามันก่อน วงการนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดตอน Pop Mart เข้าตลาดหุ้นนะ แต่มันเริ่มมาตั้งแต่ยุค 90s ปลายๆ
แยกให้ออกนะระหว่าง Toy กับ Art Piece ถ้าคุณเดินไปซื้อได้ตามห้าง จ่ายเงินแล้วจบ นั่นคือของเล่น เอาไว้ตั้งโชว์สวยๆ พอเบื่อก็ขายทิ้งราคาตก แต่ถ้าเป็น Art Piece มันคือจิตวิญญาณของศิลปินที่ถูกถ่ายทอดลงบนวัสดุ (20 กุมภาพันธ์ 2024) [1]
ไม่ว่าจะเป็น Vinyl, Resin หรือไม้ แก่นแท้ของมันคือ ความขาดแคลน และ เรื่องราว ยิ่งศิลปินคนนั้นมีลายเซ็นชัดเจนและผลิตน้อยชิ้นเท่าไหร่ นั่นแหละคือกลิ่นเงินที่หอมหวาน
มือใหม่ชอบตกม้าตายตรงนี้ ซื้อมาแล้วแกะโชว์ทิ้งขว้าง บอกเลยว่าพลาดมหันต์ ในวงการนักสะสมระดับ High-End สภาพ (Condition) คือพระเจ้า
อย่าไปเชื่อราคาปั่นในกลุ่ม Facebook มากนัก ถ้าอยากรู้ราคากลางจริงๆ ให้ไปดูที่ StockX สำหรับพวก Bearbrick หรือ Pop Mart ตัวท็อปๆ หรือถ้าเป็นงาน Artist Original ลองไปส่องใน eBay ฝั่งอเมริกา หรือเว็บประมูลอย่าง Heritage Auctions จะเห็นตัวเลขที่แท้จริงที่คนยอมจ่าย ไม่ใช่ราคาคุย (12 มกราคม 2026) [2]
ลองมาดูตัวเลขที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ได้โม้

ถามกันมาเยอะว่าฟองสบู่จะแตกไหม ป๋าบอกเลยว่า แตก สำหรับพวกที่เล่นตามกระแสแบบไม่ลืมหูลืมตา แต่สำหรับคนที่ เล่นเป็น ตลาดนี้เพิ่งจะเริ่มต้น การคัดกรองตามธรรมชาติกำลังทำงาน ของก็อปปี้เกรดเอและงานแมสที่ไม่มีสตอรี่จะตายไป เหลือแต่ตัวจริงที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลก ยิ่งเศรษฐกิจผันผวน คนยิ่งโหยหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และศิลปะที่จับต้องได้นี่แหละคือคำตอบ
เห็นชัดๆ เลยคือพวกงาน Collab ที่ไร้ทิศทาง แบรนด์ไหนเอะอะก็ Collab มั่วซั่ว ราคาดิ่งลงเหวหมด คนซื้อเขาไม่ได้โง่ เขาดูออกว่าอันไหนทำมาเพื่อศิลปะ อันไหนทำมาเพื่อสูบเงิน ในทางกลับกัน ศิลปินหน้าใหม่ที่สร้าง World Building ของตัวเองได้แข็งแรง เช่น Hirono ที่เล่าเรื่องความโดดเดี่ยวของมนุษย์ กลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันทัชใจคนยุคนี้ที่ต้องการการเยียวยา
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ การถือ Pop Mart รุ่นทั่วไป ก็เหมือนการขับรถ Eco Car ใช้งานง่าย ขายคล่อง แต่ราคาตกทุกปี แต่การถือ Bearbrick รุ่น World Wide Tour หรือผลงาน Original ของ KAWS มันคือการลงทุนในสินทรัพย์ระดับ Luxury Class ที่ต้องใช้ความเข้าใจและความหลงใหลในระดับเดียวกับ คัมภีร์ลงทุน Supercar (15 มกราคม 2026) [3]
ช่วงกลางปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดจีนเริ่มเทขายของแมสออกมาเยอะมาก ทำให้ราคาของตลาดล่างเสีย แต่กลับเป็นผลดีกับตลาดบน เพราะเงินทุนไหลกลับเข้ามาหางานระดับ Masterpiece แทน
อย่าหลอกตัวเองว่าซื้ออะไรก็กำไร ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ของปลอม (เพราะของปลอมดูง่ายถ้าศึกษา) แต่คือ การ Re-production หรือการผลิตซ้ำ ค่ายของเล่นบางค่ายพอเห็นตัวไหนขายดี ก็ผลิตออกมาเติมตลาดเรื่อยๆ จนของล้นตลาด ใครที่ไปไล่ซื้อราคาดอยตอนแรกก็เจ็บตัวกันระนาว ทางแก้คือเลือกตัวที่มีระบุจำนวนผลิตชัดเจน (Limited Edition xx/xx) เท่านั้น
ปี 2026 นี้ ให้จับตามองศิลปินจากฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ดี โดยเฉพาะไทยและอินโดนีเซีย ฝีมือการปั้นและลงสีของโซนเราไม่แพ้ใครในโลก แถมยังมี Storytelling ที่แปลกใหม่ ลองมองหางานที่เล่นกับความเชื่อ มูเตลู หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถูกตีความใหม่ งานพวกนี้ฝรั่งชอบนักแล และราคายังเข้าถึงได้ มีโอกาสเติบโตสูง
ขอสรุปสั้นๆ ตรงนี้เลยว่า หัวใจสำคัญของการลงทุนในของเล่นไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ Passion ถ้าคุณซื้อเพราะชอบ ต่อให้ราคาตก คุณก็ยังมีความสุขที่ได้เห็นมันตั้งอยู่บนชั้น แต่ถ้าคุณซื้อเพราะหวังรวยอย่างเดียว วันที่ราคามันนิ่ง คุณจะทุกข์ทรมานที่สุด การจัดพอร์ตที่ดีควรมีทั้งตัวที่เก็งกำไรระยะสั้น 30% และตัวที่ถือยาว 70% เพื่อความมั่นคง
ตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยนะ เก็บตัวที่คุณชอบ เพราะถ้าคุณชอบ คุณจะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับมันจนลึกซึ้ง และความรู้นั้นแหละจะทำเงินให้คุณเอง แต่ถ้าให้ชี้เป้า ให้เริ่มจาก Mega Space Molly 400% หรือ 1000% ในคอลเลกชันที่ Collab กับศิลปินระดับโลก เพราะซื้อง่ายขายคล่องที่สุด
อยากฝากทิ้งท้ายไว้ว่า ในโลกของการลงทุน ทุกอย่างมีขึ้นมีลง แต่สิ่งที่ไม่มีวันลดค่าคือความทรงจำและความสุขในวันที่คุณได้แกะกล่องมันออกมา ของสะสมบางชิ้นอาจทำกำไรให้คุณเป็นล้าน แต่บางชิ้นอาจมีค่าแค่ทางใจ ซึ่งเอาเข้าจริง บางทีค่าทางใจนี่แหละ ที่เงินมหาศาลก็ซื้อไม่ได้

