



คลายข้อต่อ และส่วนยึดติด หลายคนคิดว่าอาการพวกนี้มันเป็นเรื่องปกติของคนอายุเยอะ หรือไม่ก็คิดว่าเป็นเพราะนั่งทำงานนานเกินไป ก็ใช่แหละ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดหรอก ต้นตอจริงๆ มันอยู่ที่เราละเลยสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าการ คลายเส้น มาเป็นเวลานานต่างหาก เราใช้งานร่างกายเยี่ยงทาสแต่ไม่เคยดูแลรักษามันเลย แล้วจะมาบ่นเพื่อ วันนี้จะมาแฉให้ฟังว่าไอ้ความตึงพวกนี้มันมาจากไหน
เชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าการก้มแตะปลายเท้าได้คือจบ คือมีความยืดหยุ่นดีแล้ว ผิดมหันต์เลยจ้ะแม่คุณ ความยืดหยุ่น กับความคล่องตัวของข้อต่อ มันคนละเรื่องกันเลยนะ การที่คุณยืดเส้นได้ไม่ได้แปลว่าข้อต่อคุณจะขยับได้ดีในทุกองศา (30 พฤษภาคม 2025) [1]
ลองนึกย้อนไปสมัยเรียนพละดูสิ จำช่วงปี 1998 ได้ไหม? ยุคนั้นครูพละชอบสั่งให้เราทำท่ากายบริหารแบบกระแทกกระทั้น โยกตัวแรงๆ กดหลังลงไปให้สุด ร้องโอดโอยกันทั้งสนาม แดดก็ร้อน พื้นก็แข็ง ครูบอกว่า เอ้า กดลงไปอีก ให้เส้นมันยืด โอ๊ย นึกแล้วยังเสียวสันหลังวาบ วิธีนั้นแหละตัวดีเลยที่ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บและอักเสบ แทนที่จะคลายกลับยิ่งเกร็งหนักกว่าเดิม
มาทำความรู้จักกับศัตรูตัวฉกาจกันหน่อย มันคือเจ้า (Fascia) หรือพังผืดนั่นเอง นึกภาพใยแมงมุมเหนียวๆ ที่หุ้มกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และอวัยวะทุกส่วนของเราไว้ ถ้าเราไม่ขยับ หรือขยับน้อย เจ้าใยแมงมุมพวกนี้มันจะเริ่มจับตัวกันเป็นก้อนแข็งๆ ยึดติดแน่นจนขยับลำบาก
นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกตึงไปหมด และถ้าอยากจะจัดการมันให้เด็ดขาด ต้องอาศัยความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ แห่งการฝึกกีฬา เข้ามาช่วย ไม่ใช่แค่นวดๆ ถูๆ ไปวันๆ
โยคะไม่ได้ช่วยทุกอย่างนะ ไม่ได้จะดิสเครดิตโยคะนะ มันดีแหละ แต่บางท่าถ้าทำไม่ถูก หรือฝืนทำทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม มันคือการทำลายข้อต่อชัดๆ โดยเฉพาะคนที่บ้าพลัง อยากตัวอ่อนเหมือนครูฝึก ฝืนดัดจนข้อต่อหลวม อันนี้น่ากลัวกว่าข้อติดอีกนะ เพราะมันจะทำให้ข้อต่อไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเรื้อรัง (20 มกราคม 2025) [2]
ข้ามมาดูช่วงปี 2012 ถึง 2015 กันบ้าง ยุคนั้นสมาร์ทโฟนเริ่มครองโลก เกม Candy Crush กำลังระบาดหนัก ทุกคนก้มหน้าก้มตาจิ้มจอกันทั้งวัน เดินก็จิ้ม นั่งรถก็จิ้ม กินข้าวก็จิ้ม พฤติกรรมนี้แหละที่สร้างหายนะให้กับคอและบ่าไหล่อย่างรุนแรง เกิดเป็นอาการ Text Neck Syndrome คอก้ม ไหล่ห่อ หลังค่อม กล้ามเนื้ออกหดเกร็ง ดึงรั้งจนปวดร้าวไปถึงหัว
ช่วงนั้นคลินิกกายภาพบำบัดเริ่มผุดขึ้นเยอะมาก เพราะคนเริ่มทนไม่ไหว แต่เชื่อมั้ยว่าการไปหาหมอมันก็แค่แก้ที่ปลายเหตุ ถ้าคุณไม่ปรับพฤติกรรม ไม่รู้จักการคลายกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง กลับมาบ้านก็นั่งท่าเดิม เดี๋ยวก็เป็นอีก วนลูปนรกไปเรื่อยๆ

บอกเลยว่าลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่นวดแผนไทยแบบหักโหมก หักดัดจัดกระดูก ไปจนถึงเครื่องมือล้ำๆ ราคาแพงระยับ บางอย่างก็ดี บางอย่างก็เหมือนโดนหลอกเอาตังค์ฟรี
สิ่งที่ค้นพบคือ ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความรุนแรง มันไม่ใช่การทำสงครามกับร่างกาย ไม่ต้องเจ็บเจียนตายถึงจะดี แต่มันคือศิลปะของการผ่อนคลายและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง
จำช่วงปี 2018 ถึง 2020 ได้ไหม เป็นยุคที่ Foam Roller กลายเป็นของสามัญประจำบ้าน ใครไม่มีคือเชยมาก กระแส Myofascial Release (การคลายพังผืด) มาแรงสุดๆ เราเห็นคลิปคนนอนกลิ้งไปมาบนแท่งโฟมแล้วทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่มันเป็นความเจ็บที่สะใจนะ เพราะหลังจากกลิ้งเสร็จ มันรู้สึกเบาหวิวเหมือนตัวจะลอยได้
ช่วงนี้แหละที่คนเริ่มตระหนักว่า เราดูแลตัวเองได้นี่หว่า ไม่ต้องรอไปหาหมอนวดอย่างเดียว การใช้โฟมโรลเลอร์ช่วยคลายปมกล้ามเนื้อที่เกาะกันแน่นๆ ให้คลายตัวลง เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น สารอาหารก็เข้าไปซ่อมแซมได้ทั่วถึง gymshark เคยลงบทความเชียร์ให้ใช้อุปกรณ์พวกนี้แทนการยืดเหยียดแบบเดิมๆ ด้วยนะ (18 สิงหาคม 2023) [3]
มาดูตัวเลขยุคปัจจุบัน ปี 2022 ถึง 2024 หลังจากผ่านช่วงโควิดและการทำงานแบบ Work from Home มาได้ สถิติคนที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อและกล้ามเนื้อพุ่งสูงจนน่าตกใจ การนั่งทำงานบนเตียง นั่งเก้าอี้ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นเวลานานๆ ทำให้สะโพกติด (Tight Hips) หลังล่างรับภาระหนัก
งานวิจัยระบุว่าคนเมืองกว่า 70% มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวของข้อต่อที่จำกัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมหาศาล CNN Health ตีแผ่เรื่องนี้บ่อยมาก ว่าการนั่งคือการสูบบุหรี่แบบใหม่ มันฆ่าเราผ่อนส่ง
เฮ้อ พูดแล้วก็ขึ้น เคยเป็นไหม อยากจะสควอทให้ลึกๆ แต่ติดที่ข้อเท้าแข็ง ขาตึง ลงไม่สุด หรืออยากจะยกเวทเหนือหัว แต่ไหล่ติด ยกแขนไม่ขึ้นสุด สุดท้ายก็บาดเจ็บเพราะฝืนทำท่าทางที่ร่างกายไม่พร้อม
นี่แหละคือเหตุผลที่คุณต้องมี ระบบกีฬา สู่ความเป็นเลิศ เข้ามาจับ คุณต้องประเมินร่างกายตัวเองก่อน ว่าข้อต่อส่วนไหนติดขัด แล้วแก้ให้ตรงจุด อย่าหลับหูหลับตาเล่นตามโปรแกรมชาวบ้าน การเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณพัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิม
ใช้เทคนิค การกดจุดแล้วขยับข้อต่อไปด้วย จะช่วยให้พังผืดคลายตัวได้ดีกว่าการกดแช่นิ่งๆ เยอะเลย ลองดูสิ แล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง
เอาล่ะ ฟังให้ดีนะ การคลายข้อต่อไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือทางรอด ถ้าคุณอยากจะออกกำลังกายไปได้นานๆ จนแก่เฒ่า อยากจะอุ้มลูกอุ้มหลานได้โดยหลังไม่เดาะ คุณต้องใส่โปรแกรมการดูแลข้อต่อเข้าไปในชีวิตประจำวันเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ แค่วันละ 10-15 นาที ตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือก่อนนอนก็ได้
ถามใจตัวเองดู จะยอมเสียเวลาวันละนิดเพื่อดูแลเครื่องยนต์แห่งชีวิตชิ้นนี้ หรือจะรอให้มันพังจนต้องเข้าอู่ซ่อมครั้งใหญ่ที่โรงพยาบาล? ค่าซ่อมแพงกว่าค่าดูแลรักษาเสมอ จำไว้
อย่าให้ความขี้เกียจมาเป็นข้ออ้าง ร่างกายนี้เป็นของคุณ คุณมีหน้าที่ดูแลมันให้ดีที่สุด เริ่มจากการหมุนหัวไหล่ หมุนข้อเท้า ยืดเหยียดเบาๆ ตอนนี้เลยก็ได้ ทำเถอะ เชื่อฉัน แล้วอีก 10 ปีข้างหน้า คุณจะขอบคุณตัวเองในวันนี้ที่ตัดสินใจเริ่มทำ ลุกขึ้นมาขยับตัวซะ อย่าปล่อยให้สนิมเกาะกินข้อต่อจนขยับไม่ได้ ชีวิตยังอีกยาวไกล ต้องใช้ร่างกายนี้ไปอีกนาน

