



หากจะเอ่ยถึงผลไม้ที่เป็นที่สุดแห่งความหรูหราและมีรสชาติเฉพาะตัว คงหนีไม่พ้น ก้านยาวสุดยอดทุเรียนนนท์ ด้วยรสชาติที่หวานมันละมุนลิ้นราวกับครีมคัสตาร์ดและกลิ่นหอม ทำให้ใครที่ได้ลิ้มลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่เบื้องหลังความอร่อยนี้ซ่อนเรื่องราวในอดีต ความทุ่มเท และภูมิปัญญาชาวสวนนนท์ที่สืบทอดกันมากว่าร้อยปี
พูดถึง ภูมิปัญญาชาวสวนนนท์ ในการปลูกและดูแลทุเรียน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ก้านยาวทุเรียนนนท์ มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และโด่งดัง เป็นการทำสวนทุเรียนนนท์โดยเฉพาะในพื้นที่ดั้งเดิม มีลักษณะเฉพาะที่สืบทอดกันมา ซึ่งแตกต่างจากการปลูกทุเรียนในพื้นที่อื่น ๆ ภูมิปัญญาเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ลุ่มริมแม่น้ำโดยเฉพาะ
นี่คือ ลักษณะสำคัญ ที่สุดของการทำสวนนนท์
• การสร้างคันดินและร่องน้ำ: ชาวสวนจะขุดดินขึ้นมาทำเป็นคันดินสูง (เรียกว่า โคก) สำหรับปลูกต้นทุเรียน และเว้นพื้นที่ต่ำเป็น ร่องน้ำ
• ประโยชน์ของร่องน้ำ:
• การจัดการน้ำ: ใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติสำหรับรดต้นทุเรียน
• การบำรุงดิน: ในช่วงหน้าแล้ง ชาวสวนจะใช้ แครงตักน้ำ ในร่อง (ซึ่งมีดินตะกอนที่อุดมด้วยแร่ธาตุหรือที่เรียกว่า เลน) นำไปสาดหรือพูนรอบโคนต้นทุเรียน (การสาดเลน) เพื่อเพิ่มสารอาหารและความเย็นให้กับดิน
นี่คือ เคล็ดลับสำคัญ ที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีรสชาติดีเป็นพิเศษ
• การปลูกโคก: ต้นทุเรียนจะถูกปลูกบนโคกดินสูง เพื่อป้องกันรากเน่าจากภาวะน้ำขัง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่ราบลุ่ม
ชาวสวนนนท์จะปลูกทุเรียนร่วมกับพืชชนิดอื่น ๆ ในสวนเดียวกัน เรียกว่า การปลูกไม้แซม หรือ ระบบนิเวศเกษตรในเมือง เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ:
ปัจจุบันมีการจัดทำ “โครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์” โดยการจำลองพื้นที่สวนยกร่อง สืบค้นอนุรักษ์ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองนนท์กว่า 60 สายพันธุ์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งมรดกทางพันธุกรรมและภูมิปัญญาชาวสวนนนท์ ทุเรียนนนทบุรีจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลไม้ แต่เป็น สัญลักษณ์ ของความอุดมสมบูรณ์ในอดีต ความพยายามในการต่อสู้กับภัยธรรมชาติ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเกษตรที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์
ที่มา:โครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์(สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2025) [1]

ที่มา: รายการพินิจนคร ( สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2025) [2]
ภัยธรรมชาติและเมืองขยาย: สวนทุเรียนนนท์เคยเฟื่องฟูอย่างมาก จนกระทั่งเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 และรุนแรงที่สุดในปี พ.ศ. 2554 ทำความเสียหายอย่างหนัก ทุเรียนยืนต้นตายเกือบทั้งหมด จากพื้นที่ปลูกหลายพันไร่จึงเหลือเพียงไม่กี่สิบไร่ ประกอบกับการขยายตัวของเมือง มลภาวะ และการเปลี่ยนอาชีพ ทำให้สวนทุเรียนลดลงไปมาก
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นเปรียบเสมือนการล้างกระดาน ทำให้ต้นทุเรียนก้านยาวแม่พันธุ์เก่าแก่ที่อายุหลายสิบปีต้องล้มตายลง การฟื้นฟูสวนขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลาและความอดทนสูงมาก กว่าต้นทุเรียนจะเริ่มให้ผลผลิตที่มีคุณภาพคงที่ต้องใช้เวลาปลูกสะสมอาหารนานถึง 5-7 ปี ทำให้ทุเรียนนนท์แท้ๆ ขาดตลาดไประยะหนึ่ง
ที่มา: มหัศจรรย์ทุเรียนเมืองนนท์ (12 มีนาคม 2023) [3]
แม้จะมีระบบยกร่อง แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ (เช่น ปี 2554) ก็ยังสร้างความเสียหายร้ายแรง แต่ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาคือ:
• การเร่งตัดกิ่งพันธุ์: ก่อนที่ต้นจะตายจากน้ำ ชาวสวนจะเร่งตัด กิ่งพันธุ์ ที่สมบูรณ์ส่งไปเสียบยอดเพื่อขยายพันธุ์ในพื้นที่อื่น (เช่น ชุมพร) เพื่อรักษาพันธุกรรม อันล้ำค่าของทุเรียนนนท์ไว้ไม่ให้สูญหาย
• การปรับสภาพดิน: หลังน้ำลด ดินจะมีความเป็นกรดสูง (ค่า \text{pH} ต่ำ) ชาวสวนจะใช้เวลาปรับสภาพดินนานนับปี โดยปล่อยให้ฝนชะล้างความเป็นกรด ปลูกพืชตระกูลอื่น เช่น กล้วย หรือส้ม เพื่อฟื้นฟูดินก่อนจะปลูกทุเรียนลงไปใหม่
ทุเรียนนนทบุรีหรือที่คนนนท์เรียกติดปากว่า “ทุเรียนใน” นั้น มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและน่าสนใจ ทำให้ในปัจจุบัน ก้านยาวสุดยอดทุเรียนนนท์ ได้กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง พร้อมกับมูลค่าที่สูงขึ้นตามความหายากและความต้องการของตลาดพร้อมด้วยคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
ด้วยความหายากและการดูแลที่พิถีพิถันแบบ “สวนยกร่อง” (ภูมิปัญญาชาวสวนนนท์) ทำให้ทุเรียนนนท์ที่เหลือรอดหรือปลูกทดแทนใหม่มีราคาสูงมาก มักมีการประมูลในราคาสูงลิบลิ่ว และถือเป็นของหายากและล้ำค่า
ทำไมผู้คนถึงยอมจ่ายเงินหลักหมื่น หรือบางครั้งถึงหลักแสน เพื่อแลกกับ สายพันธุ์ก้านยาว เพียงลูกเดียว? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องราว คุณค่าทางจิตใจ และความหายากที่ทำให้ ก้านยาวสุดยอดทุเรียนนนท์ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและรสนิยม การได้ลิ้มรสทุเรียนนนท์แท้ๆ คือประสบการณ์ Exclusive ที่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงได้
นักวิจารณ์อาหารหลายท่านเปรียบเปรยรสสัมผัส ของ ก้านยาวสุดยอดทุเรียนนนท์ ว่าเหมือนกับการทาน “คัสตาร์ดธรรมชาติ” เนื้อทุเรียนมีความละเอียดเป็นครีมมี่ ละลายในปาก แต่ยังคงความเหนียวหนึบสู้ฟันเล็กน้อย รสชาติหวานกลมกล่อมที่ปลายลิ้น ตัดด้วยความมันนัวที่หาไม่ได้ในทุเรียนพันธุ์อื่น
ก้านยาวสุดยอดทุเรียนนนท์ จึงเป็นผลผลิตที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ ของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา และที่สำคัญคือ ความรัก ความพากเพียร และภูมิปัญญา ของชาวสวนนนท์ที่พร้อมจะต่อสู้กับภัยธรรมชาติเพื่อรักษา “ราชาแห่งผลไม้” นี้ไว้

