



หลายคนคงเคยได้ยินคำบอกเล่าจากรุ่นปู่ย่าตายายที่ว่าการ กินมังคุด แก้ร้อนใน นั้นเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ได้ผลชะงัดนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือหลังจากจัดหนักกับทุเรียนมา การทานมังคุดตามเข้าไปเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้กลับมาเย็นสบายและลดอาการแผลในปากได้อย่างน่าอัศจรรย์
มังคุดหรือราชินีแห่งผลไม้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia mangostana ถูกบันทึกโดยนักพฤกษศาสตร์โลกมาตั้งแต่ปี 1753 ด้วยคุณสมบัติที่เป็นผลไม้ฤทธิ์เย็นตามตำราสมุนไพร จึงเป็นคู่ปรับโดยตรงกับอาการร้อนในและภาวะร่างกายเสียสมดุล เนื้อที่ฉ่ำน้ำและรสสัมผัสที่เย็นตามธรรมชาติ ช่วยเติมความสดชื่นและลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยังพบว่ามังคุดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ทั้งในส่วนของเนื้อและเปลือกที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ การรับประทานมังคุดจึงไม่ใช่เพียงเพื่อรสชาติที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้สารอาหารจากธรรมชาติมาช่วยต้านการอักเสบ ถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นเลิศที่ช่วยดับร้อนและฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสมดุล ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพช่วงหน้าร้อน (1 มกราคม 2026) [1]
สารแซนโทนในมังคุดที่มีคุณสมบัติเด่นในการยับยั้งแบคทีเรียและลดการอักเสบของแผลในช่องปาก ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการร้อนในและกระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น สอดคล้องกับภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีต ที่นำเปลือกมังคุดมาต้มดื่มหรือทาเพื่อรักษาแผลพุพอง ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและใช้กันมาอย่างยาวนาน
การทานเนื้อมังคุดที่ติดเยื่อสีชมพูจากเปลือกด้านในเล็กน้อย จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารแซนโทนเข้าสู่ระบบภายใน ซึ่งสารนี้มีกลไกธรรมชาติในการช่วยลดความร้อนระอุภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ให้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุล นอกจากจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารราบรื่นแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดแผลร้อนในซ้ำซากได้อย่างยั่งยืน
1. สรรพคุณทางยาในทางแพทย์แผนไทย
มังคุดถือเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดับพิษร้อน ช่วยปรับสมดุลธาตุไฟในร่างกายที่มากเกินไป ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอาการร้อนใน กระหายน้ำ เจ็บคอ หรือมีแผลในปาก
2. ตำนานความเลอค่าระดับโลก
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มังคุดเป็นผลไม้ที่หายากและทรงคุณค่ามาก ถึงขนาดมีเรื่องเล่าว่า สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ทรงประกาศจะพระราชทานรางวัลแก่ผู้ที่สามารถนำมังคุดสดมาถวายพระองค์ได้
3. การใช้มังคุดดูแลสุขภาพแบบสมดุล (หยิน-หยาง)
การกินมังคุดไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่เป็นการใช้หลักความสมดุลเพื่อดูแลร่างกาย โดยมีคำแนะนำดังนี้:
ที่มา: Inside Queen Victoria’s Rumored Passion For Mangosteens (26 มิถุนายน 2023) [2]
1. พลังงานและโภชนาการ
2. ประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายและการลดความร้อน
3. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ที่มา: มังคุด (Mangosteen) (11 เมษายน 2567) [3]

ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เร่งรีบและเคร่งเครียด มังคุดทำหน้าที่เป็นอาหารเป็นยาที่ช่วยปรับสมดุลจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างยั่งยืน การได้รับเอนไซม์สดใหม่และสารอาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ช่วยลดภาระการกำจัดสารพิษและบรรเทาอาการอักเสบโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี นอกจากจะช่วยดับร้อนทางกายแล้ว รสชาติที่สดชื่นยังช่วยลดความเครียดและคืนความสมดุลให้จิตใจ ถือเป็นการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร
อาการร้อนในคือการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งสารสกัดจากมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อกลางการอักเสบได้อย่างตรงจุด ช่วยให้แผลร้อนในยุบตัวเร็วขึ้นและลดความเจ็บปวด โดยมีงานวิจัยในปี ค.ศ. 2008 รองรับผลลัพธ์นี้อย่างชัดเจน งานวิจัยระบุว่ามังคุดช่วยลดระดับตัวบ่งชี้การอักเสบ (CRP) ในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญจนถูกยกให้เป็นผลไม้ทางยา
จึงถือเป็น Functional Food ที่มีฤทธิ์ทางยาช่วยบรรเทาอาการอักเสบจากภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลพลอยได้ที่เด่นชัด คือการช่วยลดปัญหาสิวเห่อที่เกิดจากความร้อน ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและเรียบเนียนขึ้น นับเป็นเคล็ดลับความงามที่สืบทอดกันมา และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่รองรับเพื่อการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน
สายพันธุ์ทุเรียนในไทย เปรียบเสมือนราชาที่มีฤทธิ์ร้อนและให้พลังงานสูง หากรับประทานมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการแน่นท้องและร้อนในได้ง่าย ธรรมชาติจึงส่งมังคุดหรือราชินีผลไม้ มาให้ผลผลิตในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อใช้ฤทธิ์เย็นมาช่วยดับความร้อนแรงจากภายใน กลายเป็นสูตรสำเร็จของการกินผลไม้หน้าร้อนที่เนื้อมังคุดจะเข้าไปช่วยลดแก๊สและความร้อนที่เกิดจากการทานทุเรียน
การกินคู่กันควรอยู่ในปริมาณที่สมดุล เพื่อให้มังคุดสามารถคานอำนาจกับฤทธิ์ร้อนของทุเรียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นลมแดดหรือภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการกินที่ชาญฉลาดและลงตัวที่สุด สิ่งสำคัญคือการกินทุเรียนเพียงพอเหมาะและตามด้วยมังคุดในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย
สรุปแล้ว การ กินมังคุด แก้ร้อนใน นั้นเป็นเรื่องจริง ที่พิสูจน์ได้ทั้งทางทฤษฎีแพทย์แผนไทยและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ด้วยคุณสมบัติฤทธิ์เย็น สารแซนโทนต้านการอักเสบ และวิตามินซีที่สูง ทำให้มังคุดเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่ง ในการดับไฟในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และที่สำคัญคืออร่อยถูกปากคนไทยที่สุด
ลองถามใจตัวเองดูว่า นอกจากการหามังคุดมากินแล้ว เราได้ดูแลต้นเหตุของอาการร้อนในหรือยัง? การกินมังคุดอาจช่วยบรรเทาอาการได้ปลายทาง แต่ถ้าเรายังนอนดึก ดื่มน้ำน้อย และกินของทอดไม่หยุด อาการร้อนในก็จะวนเวียนกลับมาหาเราอยู่ดี มังคุดเป็นตัวช่วยที่ดี แต่พฤติกรรมของเราคือยารักษาที่ดีที่สุดใช่หรือไม่?
หน้าร้อนปีนี้ หรือครั้งหน้าที่คุณเริ่มรู้สึกเจ็บเพดานปาก อย่าลืมนึกถึงราชินีผลไม้สีม่วงของเรา ลองเดินไปตลาด ซื้อมังคุดสดๆ ติดบ้านไว้ แล้วคุณจะพบว่าธรรมชาติได้เตรียมยารักษาที่แสนวิเศษไว้ให้เราแล้ว ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทานผลไม้ไทยและมีสุขภาพที่สมดุล แข็งแรง ไร้อาการร้อนในมากวนใจ

