



ตามกติกาสนุ๊กเกอร์แบบเป๊ะๆ คือ ผู้เล่นต้องสลับแทงลูกแดงหนึ่งลูกตามด้วยลูกสีหนึ่งลูก (ตั้งแต่เหลืองถึงดำ) เสมอ เมื่อลูกสีลงหลุมก็จะได้คะแนนและถูกนำกลับมาตั้งใหม่จนกว่าลูกแดงจะหมดโต๊ะนั่นเองค่ะ กฎพื้นฐานนี้แหละคือหัวใจสำคัญของการทำคะแนนที่คุณต้องรู้
เพื่ออรรถรสในการเชียร์เวลาดูสนุ๊กเกอร์สด เราต้องรู้ก่อนว่าลูกกลมๆ บนโต๊ะมันมีมูลค่าต่างกันค่ะ การนับแต้มตามมาตรฐานอ้างอิงจาก WPBSA จะแบ่งสีและคะแนนตามลิสต์นี้เลย
ลูกแดง (Red): 1 คะแนน (มีทั้งหมด 15 ลูก)
ลูกเหลือง (Yellow): 2 คะแนน
ลูกเขียว (Green): 3 คะแนน
ลูกน้ำตาล (Brown): 4 คะแนน
ลูกน้ำเงิน (Blue): 5 คะแนน
ลูกชมพู (Pink): 6 คะแนน
ลูกดำ (Black): 7 คะแนน (19 สิงหาคม 2025) [1]
การเดินหน้าทำคะแนนรวดเดียวเรียกว่า การเข้าเบรก (Break Building) ซึ่งความกดดันขั้นสุดของนักกีฬาระดับโลกคือการทำแม็กซิมัมเบรก 147 แต้ม ให้เพอร์เฟกต์ที่สุดค่ะ
นักกีฬาจะต้องแทงแดงสลับดำให้ครบทั้ง 15 ชุด (120 แต้ม) และกวาดลูกสีตามลำดับเหลืองถึงดำอีก 27 แต้ม ซึ่งสเต็ปการแทงแบบนี้ต้องอาศัยการวางตำแหน่งลูกขาวที่เนียนกริบ ไร้รอยต่อ ชนิดที่ว่าห้ามกะน้ำหนักพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
นอกจากเรื่องคะแนนแล้ว เกมนี้ยังมีเรื่องของการทำฟาวล์ที่ส่งผลต่อโมเมนตัมของเกมอย่างรุนแรง บางคนอาจจะคุ้นเคยกับกฎของกติกาเปตอง ที่เน้นการโยนให้ใกล้เป้าหมาย แต่สำหรับสนุกเกอร์ การแทงให้โดนเป้าหมายตามกติกามีความซับซ้อนกว่านั้นมากค่ะ
หลายครั้งที่เราได้ยินกรรมการตะโกนว่า Foul and a Miss กฎ Miss Rule นี้หมายถึงการที่ผู้เล่นแทงไม่โดนลูกเป้าหมายที่ตัวเองต้องเล่น (เช่น ต้องแทงแดงแต่ดันไปโดนสีอื่นก่อน หรือแทงวืดไปเลย)
เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ คู่แข่งจะได้แต้มฟาวล์ไปฟรีๆ (4 ถึง 7 แต้ม ขึ้นอยู่กับลูกที่เกี่ยวข้องในช็อตนั้น) และที่โหดร้ายคือ คู่แข่งมีสิทธิ์สั่งให้กรรมการตั้งลูกกลับที่เดิม เพื่อบีบให้คนที่แทงพลาดต้องแทงแก้สนุ๊กในจุดที่เล่นยากเหมือนเดิมเป๊ะๆ ค่ะ (19 เมษายน 2023) [2]
เงื่อนไขของการได้ Free Ball ตามข้อบังคับของ Snooker.org จะเกิดขึ้นเมื่อคู่แข่งทำฟาวล์ แล้วลูกขาววิ่งไปหยุดในตำแหน่งที่โดนบัง จนไม่สามารถมองเห็นลูกเป้าหมายที่จะต้องแทงได้เต็มใบทั้งสองฝั่ง
เมื่อกรรมการขานฟาวล์และให้ฟรีบอล ผู้เล่นที่ได้สิทธิ์จะสามารถเลือกลูกสีลูกไหนก็ได้บนโต๊ะมาแทนลูกเป้าหมายชั่วคราว (เช่น สมมติลูกเป้าคือแดง แต่โดนบังจนแทงไม่ได้ ก็สามารถชี้ลูกน้ำเงินแล้วแทงลงหลุมเพื่อนับเป็น 1 แต้มแทนแดงได้เลย) ถือเป็นจุดเปลี่ยนเกมที่แสบสันสุดๆ

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าสนุกเกอร์คือการแข่งกันแม่นเพื่อบุกทำแต้ม แต่ในความเป็นจริง การวางสนุ๊ก (Snooker) หรือการแทงลูกขาวไปซ่อนหลังลูกสีอื่นเพื่อไม่ให้คู่แข่งแทงลูกเป้าหมายได้ง่ายๆ คือแทคติกเชิงจิตวิทยาขั้นสูงค่ะ
มันไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดในเกมรับ แต่มันคือการบีบให้คู่แข่งสติแตกและเสียแต้มฟาวล์รัวๆ บางแมตช์นักกีฬาแต้มตามหลังอยู่เยอะมากจนหน้ากระดานคะแนนไม่พอให้พลิกชนะ (ต้องใช้แต้มฟาวล์ช่วย) พวกเขาก็จะงัดวิชาวางสนุ๊กมาใช้ จนคู่แข่งทำฟาวล์เสียแต้มให้จนพลิกกลับมาชนะได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เหมือนเวลาแข่งกีฬาสี ที่บางครั้งต้องใช้การวางแผนหักเหลี่ยมมากกว่าพละกำลังเพียงอย่างเดียว (24 สิงหาคม 2026) [3]
ในทางกลับกัน การดูสนุกเกอร์ให้สนุกคือการเข้าใจว่า กติกาสนุ๊กเกอร์ไม่ได้มีแค่ทักษะความแม่นยำในการตบลูกลงหลุม แต่มันคือศิลปะของการวางแผน การควบคุมน้ำหนักขาว และการใช้กฎฟาวล์ให้เป็นประโยชน์ ทุกช็อตที่นักกีฬาอาชีพแทงออกมาล้วนผ่านการคิดล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมเข้าเบรกเสมอค่ะ
เมื่อคุณเข้าใจพื้นฐานการนับแต้ม กฎการทำฟาวล์ และแทคติกการวางสนุ๊กสุดเขี้ยวแล้ว รับรองว่าการเปิดทีวีดูทัวร์นาเมนต์ระดับโลกครั้งต่อไปของคุณจะลุ้นระทึกและอ่านเกมขาดกว่าเดิมแน่นอนค่ะ

